มาสด้า3 ใหม่ ! สุดยอดกับเทคโนโลยีการขับขี่ G-VECTORING CONTROL
และ i-ACTIVSENSE ที่คุณหรือใครๆ ก็ขับได้ง่ายและปลอดภัยมากขึ้น

DNN_0770

นับว่าเป็นการทดสอบรถยนต์ที่ทางทีมงานได้ลุยกันตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียวกับเจ้ามาสด้า3 คันนี้ และถือว่าเป็นเรือธงสำคัญของค่ายมาสด้าในปีนี้อีกด้วย หลังจากที่เปิดตัวไปได้ไม่กี่วัน เราก็อยากจะรู้เรื่องราวต่างๆ ของเจ้ารถคันนี้ อยากรู้ถึงสมรรถนะและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทางมาสด้าใส่มาแบบเพียบในรถคันนี้ ซึ่งถือว่าเป็นระดับ Best In Class ก็ว่าได้ ผมก็ลองมานั่งคิดดู เออ…มันก็จริงนะ ถ้าจะนับรถในกลุ่มเดียวกัน รับรองว่ามาสด้า3 รุ่นใหม่นี้ถือว่าเป็นดาวเด่นประดับวงการเลยล่ะ โดยเฉพาะสิ่งที่ทางมาสด้าโชว์และภูมิใจมากมายก็จะเป็นเรื่องของระบบ GVC โดยทั้งหมดทั้งปวงก็จะอยู่ในเทคโนโลยีสุดล้ำที่เรียกว่า SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS

DSC_6434 DSC_6417 DSC_6488

เส้นทางการทดสอบก็เป็นเส้นทางที่คุ้นเคย กรุงเทพฯ – เขาใหญ่ ซึ่งก็ไม่ได้แปลกตาแต่อย่างใด แต่มันมีคอนเซ็ปในการทดสอบครั้งนี้ ไม่ได้เน้นระยะทางที่ต้องขับมากมายในแต่ละคน แต่เน้นในเรื่องการเข้าในและการใช้งานของเทคโนโลยีที่ใส่เข้าไปต่างหาก เราเริ่มจากที่โชว์รูม บ.ไซม์ ดาร์บี้ มาสด้า ก็มุ่งหน้าทางด่วนบางประอินเข้าสู่องค์รักษ์ ซึ่งเป็นการวิ่งแบบฟรีรัน ผู้ทดสอบได้ใช้ทางเรียบและความเร็วตามที่กฎหมายกำหนดเพื่อดูความคล่องตัวยามเมื่อใช้ในเมือง จากนั้นก็เปลี่ยนผู้ทดสอบในจุดพักแล้วต่อด้วยเส้นทางคดเคี้ยวนิดหน่อยเพื่อข้ามเขาใหญ่จะมุ่งหน้าสู่สนามทดสอบแบบปิด และจบด้วยการทดสอบระบบ GVC และ MRCC ในสนามปิดที่ออกแบบมาเพื่อทดสอบระบบนี้โดยเฉพาะ

DSC_5065DSC_5049DSC_6535

ก่อนจะไปเรื่องราวต่างๆ ก็มาคุยในเรื่องของภายนอกรูปร่างหน้าตามาสด้า3 คันนี้ดีกว่าว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง เริ่มจากกระจังหน้าใหม่และ signature wing โฉมใหม่ใช้ไฟ LED ให้ความรู้สึกที่ดุดันแต่ทว่าเคร่งขรึมกว่าเดิม ในรุ่นก่อนนั้น จุดเน้นคือการเคลื่อนไหวในแนวนอนและท่วงทำนองของดีไซน์รูปตัววีของด้านหน้า ที่ให้อารมณ์ความรู้สึกและการเคลื่อนไหวที่ทรงพลัง ในทางกลับกัน การปรับโฉมครั้งนี้เราเน้นรูปลักษณ์แนวนอนที่ให้ความรู้สึกกว้างขึ้น และฐานล้อที่ต่ำลงให้จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำกว่าเดิม และช่วยเพิ่มความรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวไปมา ทำให้เกิดรูปลักษณ์ที่ให้ความรู้สึกถึงคุณภาพและความมั่นคงที่มากกว่าเดิม สำหรับโลโก้แบรนด์และแผ่นป้ายทะเบียนอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำลงเพื่อสะท้อนถึงจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำกว่าเดิม ไฟตัดหมอกล้อมกรอบสีโครเมียมสอดรับกับกันชนหน้า ให้ความรู้สึกแข็งแกร่ง กว้าง และรู้สึกถึงสมรรถนะที่คล่องตัว ไฟหน้า LED ช่วยให้ดีไซน์โดยรวมดูสะอาด และทำให้ดวงไฟดูมีมิติมากขึ้น ส่งผลให้ดวงตาคู่นี้ของรถแสดงออกถึงอารมณ์ที่ลุ่มลึก Signature Wing ที่มีองศากว้างขึ้นช่วยแสดงถึงการเคลื่อนไหวออกไปทางซ้ายและขวา นอกจากนี้ ความกลมกลืนกันของมุมด้านนอกของ Signature Wing และตัวรถที่เส้นสายพุ่งสู่ด้านท้ายของตัวรถ ทำให้รู้สึกราวกับว่ารถมีการเคลื่อนไหวจากหน้าสู่หลัง

DSC_6394 DSC_6667

และในส่วนของด้านท้ายของรุ่น Hatchback ให้อารมณ์ความรู้สึกเดียวกับด้านหน้าจากการที่มีเส้นสายวิ่งจากด้านหน้าสู่ด้านท้ายของรถ จุดศูนย์ถ่วงต่ำ และฐานล้อที่กว้าง กันชนหลังแบบใหม่ให้ความรู้สึกมั่นคงและเปี่ยมคุณภาพ ส่วนกันชนท้ายของรุ่น Sedan นั้นมีจุดมุ่งหมายที่จะรักษาสมดุลที่ดีกับดีไซน์ด้านหน้า ชุดล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วดีไซน์ใหม่ แนวเส้นของก้านพุ่งตรงไปในทิศทางเดียวช่วยเน้นเส้นผ่าศูนย์กลางที่ใหญ่และให้ความรู้สึกถึงความดุดันแข็งแกร่งให้กับดีไซน์โดยรวมของตัวรถ ล้ออัลลอยมี 2 สีให้เลือกคือ สีเข้มเคลือบประกายสะท้อนที่ให้ความรู้สึกถึงรสนิยมหรูหราลุ่มลึก และขนาด 16 นิ้วมาพร้อมสีเงินมาตรฐานและดีไซน์เดิม สำหรับมาสด้า3 ใหม่นี้มีสีภายนอกมีทั้งหมด 7 สี. รวมถึง 3 สีใหม่ คือ สีเทาเมเทออร์เกรย์ สีดำเจ็ทแบลค และสีน้ำเงิน เอเทอร์นัล บลู สีอื่นๆ คือ สีแดงโซลเรด ไททาเนียมแฟลช สีขาวมุกสโนว์เฟลก และเทาอลูมินัม เมทัลลิก

DSC_5071 DSC_5104 DSC_5107

ภายในที่เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของมาสด้า3
ด้วยการออกแบบด้านในที่ต้องบอกว่ามีความตั้งใจและประณีตทุกจุดทำให้ผู้ที่อยู่ภายในห้องโดยสารรู้สึกถึงความสะดวกสบาย ปลอดภัย และสนุกสนานทุกครั้งที่ได้ขับขี่รถคันนี้ เริ่มจากพวงมาลัยดีไซน์ใหม่ตามแบบมาสด้าซีเอ็กซ์-9 แกนกลางที่เล็กลงแต่ยังคงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่าเดิมทำให้รูปทรงดูเฉียบคมขึ้น กรอบสีซาตินโครมที่บางขึ้นบนก้านพวงมาลัยที่กดต่ำลงช่วยเน้นโครงสร้างของพวงมาลัย ความแข็งแกร่ง ผิวสัมผัสชั้นดีและความประณีตบรรจงของงานฝีมือได้ถูกควบรวมไว้ในการออกแบบครั้งนี้ การใช้หนังแท้หุ้มพวงมาลัยช่วยให้ผิวสัมผัสที่นุ่มนวลแต่กระชับเหมาะมือสวิตช์พวงมาลัย 3 ระดับในรุ่นก่อนได้ถูกรวมให้อยู่ในแถวเดียวกันเพื่อให้เหมาะสมกับสรีระและธรรมชาติของมือในการใช้งานมากขึ้น ในส่วนของหน้าจอ Active Driving Display ถูกอัพเกรดใหม่เป็นหน้าจอสีที่เพิ่มความสว่าง ความคมชัดมากกว่าเดิม สัญญาณเตือนต่างๆจะเป็นสีแดงและเหลืองอำพัน แสดงข้อมูลได้ราบรื่นขึ้นและมองเห็นได้ชัดเจนกว่าเดิม สามารถอ่านข้อมูลได้แม้เพียงปรายตามองในทุกเวลาและสภาพอากาศ ซึ่งหน้าจอนี้ก็แสดงผลการทำงานแทบทุกอย่างที่เกี่ยวกับรถและการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณเตือน LAS , Navi , Trip , MRCC , SPEED เรียกว่ามาแบบครบๆ ในจอเดียว ทำให้ผู้ขับขี่นั้นมีสมาธิในการมองถนนมากขึ้น

DSC_5087 DSC_5098

ภายในของมาสด้า3 ใหม่นี้มีทั้งแบบผ้าสีดำชนิดใหม่ และเบาะหนังสีดำให้เลือก โดยเบาะหนังสีดำมาพร้อมเฉดสีแดงเข้มออกแบบใหม่ ช่วยเพิ่มความลุ่มลึกและแสดงออกถึงความสปอร์ต ความยาวของที่เก็บสัมภาระข้างประตูหน้าเพิ่มจากรุ่นก่อนที่มีขนาด 145 มม. มาเป็น 400 มม. ทำให้สามารถบรรจุของชิ้นใหญ่ขึ้นได้ เช่น ขวดน้ำขนาด 1 ลิตร ที่ขูดน้ำแข็งหรือแผ่นซีดี เพิ่มฝาปิดที่วางแก้วน้ำคอนโซลกลางช่วยป้องกันเครื่องดื่มไม่ให้หกเลอะ หรือเกิดเสียงดังอันเนื่องจากการสั่นสะเทือน และที่ขาดเสียไม่ได้คือเบรกมือไฟฟ้า Electric Parking Brake (EPB) โดยเบรกมือไฟฟ้านี้จะช่วยให้ใช้งานได้ง่ายด้วยสวิตซ์ควบคุมบนคอนโซลกลาง ดึงสวิตซ์เข้าเพื่อเปิดใช้งานเบรกมือ และกดสวิตซ์หรือเหยียบคันเร่งเพื่อปลดเบรกโดยอัตโนมัติเมื่อสตาร์ทรถ ส่วนฟิลลิ่งของการนั่งและการขับขี่นั้น ยังคงเหมือนเดิมคือให้อารมณ์สปอร์ต หากใครที่ต้องการรถนั่งกว้างๆ ถ่างขาได้เยอะๆ ก็ขอให้ลืมมาสด้าคันนี้ไปก่อนได้เลย แต่ถ้าชอบแน่นๆ กระชับตัวรับรองว่าสมหวังแน่นอน

DSC_5083

DSC_5091

จริงๆแล้ว มาสด้า3 ใหม่นี้ ไม่ได้เน้นในเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกที่เปลี่ยนไปเท่านั้น แต่สิ่งที่มาสด้าพยายามจะบอกคนทั่วโลกก็คือ การสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างผู้ขับและรถยนต์ที่ขับ ซึ่งก็น่าจะทำได้สำเร็จแล้ว เพราะที่ผ่านมามาสด้าได้สร้างรถให้มีการขับขี่แบบ จินบะ-อิตไต ที่พวกเราเข้าใจกันอย่างดี แต่มาวันนี้มาสด้าได้เพิ่มเทคโนโลยีใหม่ที่มาอัพความเป็น จินบะ-อิตไต ให้ก้าวข้าวไปอีกขั้น นั่นก็คือสกายแอคทีฟ เวฮิเคิล ไดนามิกส์ เป็นซีรีส์ล่าสุดจากเทคโนโลยีสกายแอคทีฟที่ว่าด้วยการควบคุมพลศาสตร์ของรถ ให้การควบคุมแบบองค์รวมระหว่างเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ ระบบส่งกำลัง ช่วงล่างและตัวถังเพื่อยกระดับประสบการณ์แบบ จินบะ-อิตไต ให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถ อันเป็นจุดเด่นของมาสด้าเสมอมา และเทคโนโลยีเด่นๆ ที่ใส่เข้าไปในมาสด้า3 คันนี้ก็คือระบบ GVC อันเป็นเทคโนโลยีแรกในกลุ่มสกายแอคทีฟ-วีฮิเคิล ไดนามิกส์ อันช่วยปรับปรุงสมรรถนะด้านการควบคุมรถและความเงียบในห้องโดยสาร

DSC_7013

DSC_5111

จี-เวคเตอริ่ง คอนโทรล (GVC) – เทคโนโลยีใหม่เพื่อการสั่งการรถโดยใช้เครื่องยนต์เสริมสมรรถนะช่วงล่าง

จี-เวคเตอริ่ง คอนโทรล (GVC) เปิดตัวเป็นครั้งแรกในมาสด้า3 ใหม่ นับเป็นเทคโนโลยีแรกภายใต้ซีรีส์ใหม่ สกายแอคทีฟ-วีฮิเคิล ไดนามิกส์ มาสด้าพยายามเสาะแสวงหาการเปลี่ยนผ่านของแรงจีที่ราบรื่นที่สุดเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นในจังหวะเบรก เลี้ยว หรือเร่งความเร็ว เนื่องจากนี่คือองค์ประกอบสำคัญของ จินบะ-อิตไต GVC นั้นมีพื้นฐานอยู่บนความคิดแหวกแนวที่ว่าให้เครื่องยนต์นั้นช่วยเสริมประสิทธิภาพของช่วงล่าง และสอดคล้องกับปรัชญาในการพัฒนาว่าด้วยมนุษย์เป็นศูนย์กลางของมาสด้า ผลลัพธ์ที่ได้คือการเปลี่ยนผ่านของแรงจีที่ราบรื่นยิ่งกว่าเดิมในทุกสถานการณ์การขับขี่จนถึงทุกวันนี้ แรงจีแนวนอนและแนวดิ่งนั้นถูกควบคุมแยกกัน และ GVC ช่วยปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ให้แปรตามการสั่งการจากพวงมาลัย เพื่อควบคุมให้แรงเหล่านี้เป็นหนึ่งเดียวและเสริมประสิทธิภาพการรับน้ำหนักในแนวดิ่งของยางแต่ละเส้นให้รถยนต์ขับเคลื่อนไปได้อย่างนุ่มนวลและมีประสิทธิภาพสูงสุด GVC ช่วยควบคุมแรงบิด ทำให้เกิดการผ่อนแรงจีทันทีเมือเริ่มหมุนพวงมาลัย ทำให้การรับน้ำหนักถูกถ่ายไปที่ล้อหน้าจึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเกาะถนนให้ดีขึ้น และการตอบสนองของรถดีขึ้น เมื่อผู้ขับบังคับพวงมาลัยให้อยู่ในองศาที่คงที่แล้ว GVC ก็จะช่วยเรียกคืนแรงบิดของเครื่องยนต์กลับมาและถ่ายน้ำหนักไปที่ล้อหลังเพื่อเพิ่มเสถียรภาพให้กับตัวรถ การถ่ายน้ำหนักนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเกาะถนนให้แก่ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง รถจะขับเคลื่อนไปดังความตั้งใจของผู้ขับและมีเสถียรภาพเพิ่มขึ้น GVC นั้นให้ผลที่เป็นธรรมชาติและสร้างความสบายให้ทั้งแก่ผู้ขับและผู้โดยสาร เนื่องจากระบบนี้พัฒนาโดยมีปรัชญามนุษย์คือศูนย์กลางเป็นพื้นฐานช่วยให้ระบบนั้นกำเนิดปฏิกิริยาและการควบคุมที่สอดคล้องกับประสาทสัมผัสมนุษย์ ช่วงเวลาที่ระรบตอบสนองต่อการควบคุมพวงมาลัยของผู้ขับนั้นเร็วมากจนไม่สามารถจับสังเกตได้ และเพิ่มแรงเฉื่อยไม่เกิน 0.1 GVC นั้นให้การควบคุมที่เหนือกว่ามนุษย์จะทำได้ ด้วยการควบคุมที่เป็นธรรมชาติกว่าและแม่นยำกว่าในการตอบสนอง ซึ่งข้อกำหนดเดียวที่มีใน GVC คือ ต้องมาจากเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเท่านั้น เพื่อให้การควบคุมแรงบิดเป็นไปอย่างแม่นยำ และระบบช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวสกายแอคทีฟที่ช่วยควบคุมพฤติกรรมรถให้ใกล้เคียงคำว่าสมบูรณ์แบบได้มากที่สุด เพราะ GVC นั้นเป็นเทคโนโลยีที่ไหลลื่นจึงสามารถปรับใช้ได้กับรถยนต์สกายแอคทีฟทุกรุ่นไม่ว่าจะใช้ระบบส่งกำลังแบบใดและเป็นรถเซกเมนต์ไหน นอกจากนี้ เนื่องจาก GVC คือระบบซอฟต์แวร์จึงไม่เพิ่มน้ำหนักให้แก่รถ และมีการประมวลผลรวดเร็วตลอดเวลา 200 ครั้งต่อวินาที ทำให้ระบบ GVC นั้นเอื้อประโยชน์ในการขับขี่ให้แก่ทุกคนในหลากหลายสถานการณ์ไม่ว่าผู้ขับจะมีทักษะในการขับรถระดับไหน ไม่ว่าจะเป็นการขับในชีวิตประจำวันด้วยความเร็วต่ำในเมือง การขับทางตรงความเร็วสูงบนทางหลวง ทางโค้ง หรือการควบคุมรถขณะเกิดเหตุฉุกเฉิน GVC ก็ช่วยให้ประโยชน์แก่ผู้ขับเสมอ เพราะมีการถ่ายน้ำหนักลงสู่ล้อให้เหมาะสมกับสถานการณ์และช่วยผู้ขับให้สามารถควบคุมรถให้อยู่ในเส้นทางที่ต้องการได้ ช่วยให้ผู้ขับไม่ต้องคอยแก้อาการพวงมาลัยบ่อยๆซึ่งมักจะทำไปโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น ผู้ขับจึงขับรถได้อย่างง่ายดายและควบคุมรถให้อยู่ในเลนที่ต้องการได้ง่ายขึ้น รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถและมั่นใจในการขับรถมากขึ้น ทั้งยังช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการขับในระยะทางไกลๆ การเปลี่ยนของแรงจีที่นุ่มนวลนี้ช่วยให้ทั้งผู้ขับและผู้โดยสารโคลงตัวไปมาน้อยลงทำให้ทุกคนในรถรู้สึกสบายตลอดการเดินทาง การควบคุมรถและเสถียรภาพของรถบนพื้นผิวถนนลื่น เช่น เมื่อฝนตก หิมะตก จะยิ่งมีประสิทธิภาพขึ้น ผู้ขับจะรู้สึกว่ายางรถนั้นเกาะถนนอย่างมั่นคงและทุกคนในรถรู้สึกปลอดภัยยิ่งกว่าเดิม

DSC_6669 DSC_6733

นอกจากในเรื่องเทคโนโลยีของการขับขี่แล้วยังมีเทคโนโลยีเรื่องความปลอดภัยที่ตามมาแบบทันสมัยไม่แพ้กันนั่นคือ i-ACTIVSENSE ซึ่งเป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงของมาสด้า iACTIVSENSE เป็นชื่อเรียกเทคโนโลยีความปลอดภัยของมาสด้า ที่มีทั้งการใช้เรดาร์ กล้องเพื่อให้ผู้ขับได้รับรู้ถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น หลีกเลี่ยงการชน และลดความเสียหายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ มีพื้นฐานมาจากปรัชญาความปลอดภัยเชิงป้องกัน ผสมผสานกับโครงสร้างตัวถังสกายแอคทีฟที่น้ำหนักเบาและมีความแข็งแกร่ง และอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยอื่นๆ ทำให้มาสด้า3 ได้มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก สำหรับในการเปลี่ยนแปลงมาสด้า3 ครั้งนี้ ทางมาสด้าพยายามที่จะเสริมประสิทธิภาพของระบบที่ช่วยเสริมการรับรู้ของผู้ขับ อันเป็นคุณลักษณะสำคัญของ i-ACTIVSENSE มาโดยตลอด ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ หรือ SCBS นั้นมาพร้อมกล้องใหม่ที่สามารถตรวจจับคนเดินเท้าได้ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจจับด้านหลังเพื่อให้มีระยะทำงานได้กว้างไกลกว่าเดิมและครอบคลุมทุกสถานการณ์การขับขี่ได้มากกว่า นอกจากนี้ เทคโนโลยีความปลอดภัยอื่นๆที่มีก็ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม เช่น เพิ่มระบบไฟหน้าอัจฉริยะ (ALH) และขยายระยะความเร็วที่ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ หรือ SBS ทำงานได้ ส่วนจะมีอะไรบ้างเรามาดูกันดีกว่า

ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ (SCBS)

ระบบจะตรวจจับรถหรือสิ่งกีดขวางด้านหน้าหรือด้านหลังของรถ เพื่อช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยเมื่อขับรถที่ความเร็วต่ำในเมืองหรือในที่ๆการจราจรหนาแน่น ในการปรับโฉมครั้งนี้ ระบบได้รับการพัฒนาให้ครอบคลุมสถานการณ์การขับที่มากกว่าเดิม ระบบนี้มีอุปกรณ์ตรวจจับด้านหน้าที่ได้รับการปรับปรุงจากระบบเก่า เราเปลี่ยนจากเซนเซอร์อินฟราเรดระยะใกล้เป็นกล้องตรวจจับด้านหน้า ทำให้สามารถตรวจจับคนเดินเท้าได้ง่ายขึ้น ระบบนี้ทำงานอัตโนมัติเมื่อมีคนอยู่ที่แยกกะทันหันหรือเดินผ่านด้านท้ายรถที่กำลังถอยจอดเข้าซอง โดยที่รถมีความเร็วอยู่ประมาณ 10 กม./ชม. ถึง 30 กม./ชม. เพิ่มระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติด้านหลังที่ใช้เซนเซอร์อัลตราโซนิกฝังที่กันชนหลังเพื่อลดความเสี่ยงจากการชนด้านท้ายเมื่อถอยรถหมายเหตุ: ความสามารถของระบบในการป้องกันการชนเมื่อเข้าเกียร์เดินหน้าหรือถอยหลังจะถูกจำกัดด้วยสภาพถนนและปัจจัยทางสภาพแวดล้อมอื่นๆ

DSC_6257

ระบบไฟหน้าอัจฉริยะ (ALH) ALH เป็นระบบไฟหน้าแบบใหม่ที่ใช้ไฟ LED แบ่งออกเป็น 4 ส่วน แต่ละส่วนสามารถแยกเปิดปิดได้ ช่วยให้ขับในเวลากลางคืนได้ปลอดภัยขึ้น ประกอบด้วยไฟสูงที่ไม่แยงตาและไฟต่ำที่ให้รัศมีการมองกว้างไกลกว่า โหมดทางหลวงจะปรับเป็นไฟสูงโดยอัตโนมัติเมื่อขับรถด้วยความเร็วต่ำ เมื่อกล้องด้านหน้าตรวจจับไฟหน้าของรถที่กำลังแล่นสวนมาหรือไฟท้ายของรถคันหน้าได้ ไฟสูงจะดับและไฟต่ำในช่องที่เหมาะสมจะทำงานอัตโนมัติ ระดับความสว่างของไฟก็จะถูกปรับให้เหมาะสม ช่วยให้แสงไฟไม่ไปรบกวนสายตาผู้ขับอื่นๆบนท้องถนน แต่ยังคงทัศนวิสัยเป็นเลิศของไฟสูงอยู่ ไฟต่ำที่มีรัศมีกว้างใช้ระบบไฟอันเป็นเอกลักษณ์เช่นกัน ขยายมุมมองไปถึงเสาเอและกระจกมองข้างที่ไฟหน้าทั่วไปไม่สามารถทำได้ ระบบช่วยปรับปรุงทัศนวิสัยเมื่อขับบนทางแยกและเมื่อขับในเวลากลางคืน ด้วยระบบปรับไฟหน้าอัตโนมัติที่จะปรับลำแสงขึ้นเอง โหมดทางหลวงจะช่วยให้มองเห็นถนนได้ไกลกว่าในยามกลางคืนมาสด้า3ใหม่ใช้ระบบไฟหน้าอัจฉริยะ LED ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม ช่วยเพิ่มระดับความเรืองแสงได้อีกถึง 6 เมตรเมื่อเปิดไฟสูง ทำให้ทัศนวิสัยดียิ่งขึ้น ไฟโปรเจคเตอร์แบบใหม่สามารถปรับเป็นทั้งไฟสูงและไฟต่ำได้ในดวงเดียว ผนวกกับการกระจายแสงผ่านเลนส์ที่ใช้ ทำให้ดีไซน์ของไฟหน้าใหม่นี้มีขนาดกะทัดรัดและไฟแต่ละข้างมีน้ำหนักเบาลงกว่า 200 กรัม

DSC_6186

Smart Brake Support (SBS)

ระบบ SBS ตรวจจับรถและสิ่งกีดขวางบนท้องถนนด้านหน้าเมื่อขับรถและช่วยหลีกเลี่ยงการชนปะทะ ช่วยลดความเสียหายด้วยการส่งเสียงเตือนและหยุดรถอัตโนมัติใน 2 รูปแบบ การปรับโฉมครั้งนี้ขยายระดับความเร็วที่ระบบทำงานจากเดิม 15-160 กม./ชม. มาเป็น 15-160 กม./ชม. ด้วยการควบรวมเรดาร์คลื่นสั้นแบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันกับกล้องตรวจจับด้านหน้าแบบใหม่

หมายเหตุ: ความสามารถของระบบในการป้องกันการชนจะถูกจำกัดด้วยสภาพถนนและปัจจัยทางสภาพแวดล้อมอื่นๆ

ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (ABSM)

ระบบนี้ใช้เซนเซอร์เรดาร์คลื่นกึ่งสั้น ในการตรวจสอบรถที่เข้าใกล้จากพื้นที่จุดบอดที่ด้านข้างและด้านหลังเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ในการตรวจสอบความปลอดภัยอีกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงช่องทาง ระบบนี้จะทำงานที่ความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือมากกว่า (ความเร็วขึ้นกับข้อกำหนดของแต่ละตลาดที่จำหน่าย) ถ้าคนขับเปิดสวิตช์ไฟเลี้ยวในขณะที่ ABSM ตรวจจับรถที่เคลื่อนที่มาด้านหลัง ระบบจะส่งภาพกระพริบในกระจกมองข้างที่ประตูด้านๆนั้นและส่งเสียงเตือนด้วย  ระบบ ABSM ใช้เซนเซอร์ประเภทเดียวกับระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง  (RCTA) ซึ่งแจ้งเตือนให้คนขับเมื่อตรวจพบรถใกล้เข้ามาจากด้านใดด้านหนึ่งของด้านหลังรถ ช่วยให้คนขับมั่นใจว่ามันมีความปลอดภัยที่ถอยออกมาจากโรงรถหรือที่จอดรถ

DSC_6857

ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LAS)

เมื่อขับรถอยู่ที่ความเร็วประมาณ 60 กม./ชม. ขึ้นไป กล้องตรวจจับด้านหน้าจะจับเครื่องหมายแบ่งเลนบนพื้นผิวถนนและช่วยผู้ขับในการควบคุมรถด้วยการส่งแรงบิดและแรงสั่นสะเทือนไปที่พวงมาลัยหรือส่งเสียงเตือน ระบบ LAS สามารถตั้งค่าเวลาได้ 2 แบบ เมื่อเลือกเมนู “ก่อนหน้า” ระบบจะช่วยบังคับพวงมาลัยอยู่อย่างต่อเนื่อง เมื่อเลือกเมนู “หลัง” ฟังก์ชั่นช่วยควบคุมพวงมาลัยจะทำงานเมื่อระบบตรวจจับว่ารถกำลังจะเบี่ยงออกนอกเลนเท่านั้น ระบบนี้ออกแบบมาเพื่อให้ไม่ทำงานเมื่อประเมินแล้วว่าผู้ขับตั้งใจกระทำ

ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (DAA)

ระบบ DAA รับเอาข้อมูล เช่น ความเร็วและองศาของพวงมาลัย มาประมวลคู่กับข้อมูลที่ได้จากกล้องตรวจจับด้านหน้ามาตรวจสอบสภาพผู้ขับเมื่อขับด้วยความเร็วสูง และจะส่งสัญญาณเตือนให้ผู้ขับพัก ระบบจะทำงานเมื่อความเร็วรถอยู่ที่ 65 กม./ชม. ขึ้นไป และเก็บข้อมูลว่าผู้ขับมีลักษณะการขับอย่างไรเมื่อไม่อยู่ในสภาพเหนื่อยล้า ต่อจากนั้นระบบจะเก็บข้อมูลความแตกต่างระหว่างข้อมูลที่บันทึกไว้และพฤติกรรมในขณะนั้นๆของผู้ขับ หากระบบตรวจได้ว่าผู้ขับอาการเปลี่ยนไป ก็จะมีสัญญาณเตือนขึ้นให้พักหยุดรถ โดยระบบออกแบบมาให้ช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากความเหนื่อยล้าหรือมีความระแวดระวังในการขับลดลง

DSC_4911 DSC_5020

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (MRCC)

เมื่อขับรถที่ความเร็วระหว่าง 30 – 145 กม./ชม. เรดาร์ของระบบจะจับระยะห่างและความเร็วของรถคันหน้า ระบบจะควบคุมเครื่องยนต์และเบรกโดยอัตโนมัติเพื่อปรับความเร็วและระยะห่างที่เหมาะสมจากรถคันหน้า ช่วยให้ผู้ขับไม่ต้องคอยเหยียบคันเร่งและเบรกเอง จึงลดความเหนื่อยล้าเมื่อขับรถเป็นระยะทางไกลได้ เรดาร์เซนเซอร์ของระบบนี้สามารถตรวจจับรถคันหน้าได้อย่างแม่นยำ

DSC_7019

สำหรับในการทดสอบในสนามปิดก็จะเน้นในเรื่องของระบบ GVC และระบบ MRCC ซึ่งจะเป็นเรื่องเด่นๆ ของมาสด้า3 ใหม่คันนี้ โดยการทดสอบนั้น มีการเปรียบเทียบให้เห็นอย่างได้ชัดเจนเพราะได้นำรถที่ไม่มีระบบ GVC เข้ามาร่วมทดสอบด้วย ฉะนั้นทุกความเร็วตามสถานีที่กำหนดให้นั้นสามารถเห็นภาพได้ชัดเจนระหว่างความแตกต่างของระบบนี้ เพราะรถคันที่ไม่มีระบบ GVC นั้น จะใช้การหมุนพวงมาลัยเยอะกว่า ควบคุมรถได้ยากกว่า ตัวรถมีการไถลลื่น อาการด้านท้ายรถออกได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะช่วงของการขับแบบสลาลอมนั้น หรือการเปลี่ยนเลนแบบกะทันหัน คนขับจะรู้สึกได้ชัดเจนว่า GVC นั้น ทำให้รถนั้นทรงตัวได้ดีนิ่งขึ้นและควบคุมได้ง่าย ซึ่งผมได้เตรียมคลิปการทดสอบไว้ให้ได้ชมแล้ว ก็สามารถติดตามการทดสอบแบบเต็มทริปได้ที่คลิปการทดสอบมาสด้า3 ใหม่ได้เลยนะครับ แต่ก็จะทิ้งท้ายว่าการทดสอบครั้งนี้เป็นเพียงการตัดสินใจและความรู้สึกแบบส่วนตัว ถ้าจะให้ชัดเจนหรือเข้าใจในระบบต่างๆ กรุณาไปทดสอบหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการมาสด้าทั่วประเทศรับรองว่าเต็มอิ่มแน่นนอน ก็ถือว่าเป็นรถในกลุ่ม C ที่ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ ครับ ทั้งรูปร่าง หน้าตา การขับขี่ รวมทั้งราคาค่าตัว ที่ต้องบอกว่าสมเหตุสมผลคร้าบบ….

 

IMAGE GALLERY

 

 

 

 

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>