ลองขับ Keeway K-Light 202 ครุยเซอร์ไซส์ S แต่กลมกล่อม

P1110265

หากจะพูดถึงรถจักรยานยนต์ในรูปแบบรถครุยเซอร์หรือชอปเปอร์ที่คนไทยรู้จักปัจจุบันรถในกลุ่มนี้ยังมีความต้องการอยู่ ในรถครุยเซอร์ขนาดต่ำกว่า 600 ซีซี. ยังไม่มีตัวลือกมากนัก ต่างกับทางสายคาเฟ่เรเซอร์รถทรงคลาสสิคที่มีให้เลือกตั้งแต่เครื่องยนต์ 125 ซีซี. ขึ้นไป ดังนั้นหากมีค่ายไหนทำรถครุยเซอร์ขนาดเล็กกว่า 600 ซีซี. ก็จัดได้ว่าน่าสนใจ มาถึงพระเอกของเราในครั้งนี้คือเจ้า Keeway K-Light 202 รถจักรยานยนต์ทรงครุยเซอร์พิกัดขนาด 200 ซีซี. 

P1110298

ท่านั่งในการขับขี่ แฮนด์โน้มเข้าหาคนขับสามารถทำการขับขี่ในเเบบที่เรียกได้ว่านั่งหลังตรง ไม่เมื่อยทั้งในเมืองและนอกเมือง ช่วงขาเหยีดไปข้างหน้า เครื่องยนต์ 1 สูบ สี่จังหว่ะ 197 ซีซี. 2 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ระบายความร้อนน้ำมันเครื่องด้วยออยคูลเลอร์ ระบบเกียร์ 5 สปีด 

ส่งกำลังด้วยโซ่ พร้อมด้วยถังน้ำมันขนาด 11.8 ลิตร น้ำหนักตัวรถ 156 กิโลกรัม

P1110291

เมื่อทราบรายละเอียดกันแล้ว เราทำการขับขี่โดยรับรถจาก รังสิต-นครนายก คลอง 3 โดยที่เลขไมล์ยังเป็น 0 กิโลเมตรกันอยู่เลย สัมผัสแรกเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ รู้สึกประหลาดว่า เครื่องยนต์เดินเรียบแต่ให้เสียงทุ้มแน่น ก้านคลัชมาในสไตล์รถครุยเซอร์ขนาดใหญ่กำแล้วเต็มมือ เข้าเกียร์แล้วแล้วค่อยเครื่องตัวอย่างช้าๆ ระยะคลัชที่ให้มาลองตัวกับการใช้งาน ต้องบอกว่าการรับรถในวันแรกขับขี่แบบปรับความเข้าใจกับท่านั่งกันพอสมควร

P1110268

เนื่องจากผู้ขับขี่มีความสูง 180 เซนติเมตร เวลาเลี้ยวช่วงเข่าจะติดกับปลายแฮนด์ สำหรับผู้ขับขี่ที่สูงเกิน 160 เซนติเมตร อาจต้องมีการปรับท่านั่งให้เข้ากับตัวรถมากยิ่งขึ้น หรือ หรือใช้การเอียงตัวมากว่าเดิมในจังหวะเลี้ยวหรือเข้าโค้ง

สำหรับวันถัดมาเราได้ลองมุดเข้าเมืองผ่านย่านการจราจรหนาแน่น ไม่ว่าจะเป็น จากพุทธมณฑลสาย 3 ไป พราะราม4 ราชประสงค์ สาธร สุขุมวิท เจ้า K-Light 202 ก็สามารถฝ่าการจราจรไม่แพ้รถเล็ก เพียงแต่ต้องระวังกระจกมองข้างนิดนึงเนื่องจากช่วงแฮนด์ค่อนข้างกว้าง

ด้านอัตราเร่ง กำลังของเครื่องยนต์จะมาตั้งแต่รอบต้นๆ ประมาณ 2,000 – 6,000 รอบตามสไตล์รถสูบเดียวที่จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ หลังจาก 6,000 รอบ ไปแล้วไม่หวือหวา  โดยความเร็วปลายที่ทำได้อยู่ที่ 120 กิโลมเตร/ชั่วโมง รอบเครื่องประมาณ 8,200 รอบ/นาที

ช่วงล่างหน้า โช๊คอัพแบบ เทเลสโคปิค ให้การซับแรงสั่นสะเทือนที่มากจากถนนได้อย่างดีเยียม ส่วนด้านหลัง โช๊คอัพแบบซัพแทงค์ก็ทำงานสอดรับกันเป็นอย่างดี ไม่เต้นหรือยวบยาบ และ ยังสามารถปรับค่าแข็งอ่อนของสปริงได้ ส่วนการทำงานของระบบเบรคนั้น ดิสก์เบรคหน้า 280 มิลลิเมตร ทำหน้าที่ได้อย่างดี เบรคหลังค่อนข้างลึกอาจจะต้องเผื่อระยะและระมัดระวังเล็กน้อย

อัตราสิ้นเปลื่องสำหรับการใช้งานจริงในตัวเมืองย่านการจราจรหนาแน่น สามารถทำได้ 27 กิโลเมตร/ลิตร หากขับขี่ในระยะทางไกลๆตัวเลขจะต้องมีได้ถึง 30 กิโลเมตร/ลิตร

GT-R Comment : หลังจากลองขี่ Keeway K-Light ด้วยรูปลักษณ์ที่ลงตัวมากขึ้น รวมถึงการออกแบบที่ลงตัว อัตราเร่งที่ไปได้เรื่อยๆ ข้อติของ K-Light 202 คือการหาเกียร์ว่างยากไปสักนิดอาจจะเป็นเพราะตัวรถที่ยังคงใหม่อยู่หากครบระยะเปลี่ยนถ่ายเชื่อว่าเกียร์จะเข้าง่ายกว่านี้ ส่วนราคาค่าตัวอยู่ที่ 61,500 บาท ถือว่าเป็นรถที่น่าสนใจอีก 1 รุ่น  

ENGINE   CHASSIS  
Type 1 Cylinder/4 Stroke/4 Valve Frame Steel tubes,Cradle design
Bore&Stroke ø63.5×62.2 Front Suspension Telescopic forks,travel 120 mm
Displacement 197(cc) Rear Suspension Telescopic coil spring oil damped,travel 53 mm
Compression Ratio 8.3:1 Front Brake Disc diameter 280(mm)
Gearbox 5 Speed Rear Brake Disc diameter 240(mm)
Lubrication Pressure splash Lubrication Front Tire 90/90-17
Clutch Wet multi-plate Rear Tire 130/90-15
Fuel Supply Carburetor Wheelbase 1440mm
Cooling System Air Cooled with oil Cooler Ground Clearance 150mm
Starting Electric & Kick Dry Weight 156(kg)
Ignition C.D.I Fuel Capacity 11.8L
Final Drive Chain    
Horsepower 9.5kW/7500 r/min    
PHOTO GALLERY

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>