สุดขั้วกับ Jazz GD พกหัวใจดวงโต K24

DSC_0005

Jazz ในรหัส GD เป็นรถที่เปิดศักราชใหม่ให้กับรถรูปทรง Hatchback 5 ประตูสร้างความฮือฮาให้กับวงการรถบ้านเราเพราะเป็นรถที่มีรูปทรงกะทัดรัดใช้งานในเมืองได้อย่างคล่องแคล่วภายนอกดูแล้วเป็นรถที่มีเนื้อที่บรรทุกน้อยแต่ขอโทษครับ ลองพับเบาะแถวหลัง สามารถใส่โกคาร์ทได้เลยครับ และนี่แหละครับที่จะเป็นพระเอกของเล่มนี้ ถ้าบอกว่าเป็น Jazz GD เดิมๆก็คงไม่นาสนใจต้องมีอะไรแปลกๆให้ได้ดูอย่างแน่นอนครับ

DSC_0020

Exterior : Light Weight Carbon Part

ภายนอกของ Jazz GD ลำนี้ได้เข้าคอร์สลดน้ำหนักด้วยพาร์ทคาร์บอนเกือบ 50% เริ่มจาก ฝากระโปรงหน้าทรง J’s แบบคาร์บอนเจาะช่องระบายลม ลดความร้อนจากหม้อน้ำได้เป็นอย่างดี แก้มข้างก็เป็นงานคาร์บอนอีกเช่นกันครับ ถัดมากระจกมองข้างทรง GT แม้มุมมองจะแคบไปบ้างแลกกับความหล่อที่ได้กลับมาถือว่าคุ้มครับ ประตูผู้โดยสารทั้ง 2 ข้างก็ไม่เว้นโดนจับลดน้ำหนักด้วยงานคาร์บอนเช่นกันด้านฝาท้ายรถยังเป็นงานคาร์บอน คิดเล่นๆน้ำหนักที่ลดไป แลกกับเวลาลดลงไปพร้อมกันเกือบลืมกันชนท้ายถูกเจาะลดน้ำหนักอีกเช่นกัน

DSC_0031

Interior : Keep it Clean

เข้ามาดูภายในกันบ้างครับ แทบจำไม่ได้เลยว่าเป็นรถครอบครัวเพราะเล่นรื้อเบา เอาทุกอย่างออกหมด แล้วเสริมความแข็งแรงให้กับตัวถังด้วยโรลบาร์ 6 จุด เบาะนั่งคู่หน้าก็ถอดออกแล้วแทนที่ด้วยเบาะในกระแสอย่าง Kirkey รุ่น Pro Drag ตัวเบาะทำจากอลูมิเนียม เบาและแข็งแรงพร้อมนวมเบาะสีแสบตาแต่นั่งสบาย พวงมาลัย 3 ก้านยกจาก Vertex ประกบคอพวงมาลัยพับได้จาก WB-Work Bell ขยับขึ้นมาดูที่คอนโซลบ้างครับ ทางขวามือเป็นที่อยู่ของเกจ์วัดรอบจาก Defi ทำการมาร์ครอบเปลี่ยนเกียร์ไว้ที่ 7500 รอบ คอนโซลฝั่งซ้ายเป็นพลพรรคเกจ์วัดจาก Defi เริ่มจาก Ex.Temp, Water Temp, Oil Press, Oil Temp, Turbo/Vacuum แอบซนเล็กน้อยดึงลิ้นชักเก็บของเจอกับกล่อง AEM ซ่อนตัวอย่างเงียบๆ ด้ามคันเกียร์เท่ห์ๆจาก K-Tuned หลังคนขับก็เป็นที่อยู่ของแบตเตอรี่และถัง A

DSC_0065

 

Engine : L15A Up to K24A2

พื้นฐานเครื่องยนต์ของ Jazz GD เดิมจากโรงงานรุ่นแรกที่ขายในบ้านเราเป็นเครื่องยนต์รหัส L15a เป็นเครื่องยนต์ i-DSI SOHC 8 วาล์ว ปริมาตรความจุ 1,496 c.c. มีแรงม้าทั้งสิ้น 88 ตัว มีแรงบิดให้ใช้ 128 นิวตันเมตร จุดเด่นของเครื่องยนต์รุ่นนี้ มีหัวเทียน 2 หัวต่อ 1 กระบอกสูบ โดยหัวเทียนแรกจะจุดระเบิดก่อนแล้วหัวเทียนที่สองระเบิดตามทำให้เผาไหม้ไอเสียหมดจรด เพียงพอกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ความเร็วปลายก็ได้อยู่ 160-170 Km/h เป็นความเร็วที่ช่วงล่างยังรับได้เมื่อเวลาผ่านไปแรงม้าที่เคยมีเริ่มชราภาพลากลับบ้านเก่า มีอาการวิ่งไม่ออก ก็ต้องมีการอัพเกรดให้ฝูงม้ากลับมามีเรี่ยวแรงอีกครั้ง ไอ้ครั้นจะโมดิฟายเครื่องเดิมให้แรง มีหลายสูตรทั้งระบบอัดอากาศทั้งเทอร์โบและซุปเปอร์ชาร์จก็มีสำนักต่างๆทำออกมา ซึ่งก็ต้องใช้งบสูงอยู่ ก็เลยคิดหาเครื่องที่ขุนได้ง่าย ของเล่นเยอะ ก็มาจบที่เครื่องตระกูล K เพราะด้วยความที่เป็นเครื่องยุคใหม่ แล้วบล็อก K มีให้เลือกทั้ง K20 และ K24 ทั้งคู่มีข้อดีต่างกันจึงมาบรรจบพบรักกับ K24A2 เป็นขุมพลังอีกตัวเลือกที่ชาวฮอนด้านึกถึง นอกจาก K20 เพราะด้วยพละกำลังที่มีติดตัวมา 200 ตัว (แรงม้ามากน้อยขึ้นอยู่กับบอดี้ที่วางและประเทศที่จำหน่าย) ทำไมถึงต้อง K24 จริงอยู่ที่แรงม้าของ K20A (แรงม้า 220 แรงบิด 206 นิวตันเมตร) อาจจะมีมากกว่า ทะว่าแรงบิดของ K24A2 (แรงม้า 200 แรงบิด 232 นิวตันเมตร) นั้นมีให้ใช้อย่างเหลือเฟือ ถามว่า K24A2 อยู่ในบอดี้ไหนบ้าง ตอบเลยว่าอยู่ในรถ Accord Type-S, Odyssey ฯลฯ บอดี้ใหญ่โตทั้งนั้น จึงเพียงพอกับการลากน้ำหนักตันนิดๆ ให้พุ่งทะยานไล่ท้ายรถสปอร์ตตัวแรงต้องขวัญผวาเลยทีเดียว

DSC_0067

 

เปิดฝากระโปรงหน้า ถึงกับแสบตาเพราะเจ้าของจัดการสาดสีเครื่องยนต์ใหม่เป็นสีทองอร่าม ขั้นตอนการโมดิฟาย Jazz GD ลำนี้ เครื่อง K24 ฝั่งไอดีจะอยู่หน้ารถทำให้การไหลของอากาศทำได้ดี จึงจัดการถอดกรองอากาศออกแล้วใส่ปากแตรสีทองแทนรับลมเข้าเครื่องได้เต็มๆ ดูดอากาศผ่านลิ้นปีกผีเสื้อ 4 ลิ้นจาก OBX ดูดกันสดๆเลยทีเดียว เริ่มจากฝาสูบโมดิฟายพอร์ทไอเสียให้ไหลดียิ่งขึ้น เปลี่ยนแคมชาร์ฟ Crower Stage3 แคมตัวนี้เหมาะสำหรับเครื่องที่ทำฝามาชุดใหญ่มิเช่นนั้นแคมฯตัวจะแสดงพลังออกมาได้ไม่เต็มกำลัง เมื่อเปลี่ยนแคมชาร์ฟใหม่ระยะลิฟท์และองศาจะเปลี่ยนไป ทำให้ต้องเปลี่ยนสปริงวาล์วให้แข็งยิ่งขึ้นเลยเลือกสปริงวาล์ว Supertech รีเทนเนอร์วาล์วยังเป็นของแต่งจาก Supertech อีกเช่นกันครับ ส่วนท่อนล่างนั้นเปลี่ยนชาร์ฟก้านใช้ของซิ่ง และทำการ Balance ข้อเหวี่ยงให้เครื่องยนต์หมุนได้นิ่งขึ้นในรอบเครื่องสูงๆ ระบบไอเสียตีเฮดเดอร์สูตรใหม่จากชานอินเตอร์ เดินท่อไอเสียขนาด 3.5 นิ้วโดย แบงค์เฮดเดอร์ ยิงสดลงพื้นไร้หม้อพักปลายสุ้มเสียงดังสนั้นลั่นแทร็คตามสไตล์ American Dragster ระบบน้ำมันเริ่มกันที่ ถัง A ของ Greddy ดูดผ่านปั๊มติ๊กนอกถังจาก Bosch ก่อนฉีดด้วยหัวฉีด 550 c.c. ควบคุมแรงดันด้วยเรกูเลเตอร์จาก Aeromotive ระบบไฟไม่ได้ทำอะไรมากก็เลือกใช้หัวเทียน Greddy เบอร์ 9 เท่านั้นครับ ส่วนสมองกลหรือกล่อง ECU ใช้กล่อง Standalone จาก AEM Series 2 ควบคุมการทำงานทั้งหมดครับ

DSC_0077

 

ระบบส่งกำลังของ Jazz GD ลำนี้เป็นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด สูตรการโมดิฟายเกียร์ผ่านการลองผิดลองถูกมาหลายครั้งจนมาลงตัว โดยการนำเกียร์ 1-2 มาจาก DC5 Type-S ส่วนเกียร์ 3-4 เป็นของ K20 ฝาแดง ทำให้การต่อเกียร์ในการวิ่ง Quatermile 402 เมตร เรียกได้ว่าพุ่งราวกับลูกธนูออกจากคันศรเลยทีเดียว ต่อกำลังด้วยคลัชต์ซิ่งจาก Competition Clutch แบบ Twin Plate เฟืองท้ายเดิมพร้อม Limited Slip ทำให้ล้อทั้ง 2 ข้างหมุนได้เท่ากัน

DSC_0021

Wheel & Suspension

ช่วงล่างของ Jazz GD ลำนี้ใช้ช็อคฯจาก Tein ทั้ง 4 ต้น Setup โดย E-tube สำหรับวิ่งหลังถนนและ Drag ค้ำช๊อคฯหน้า-หลังเป็นของ DME ช่วยให้เข้าโค้งได้นิ่งขึ้น ระบบเบรกด้านหน้า Project Mu 4 Pot พร้อมผ้าเบรกเกรดซิ่ง จับกับจานเบรก TT Racing Brake เท่านี้ก็หยุดความแรงได้แล้วครับ ส่วนล้อหล่อคู่หน้าเป็นล้อยอดฮิตอย่าง Volk TE37 กว้าง 6.5 นิ้ว ออฟเซท 20 รัดด้วยยาง Toyotire R1R ขนาด 205/50-15 ด้านหลังใส่ล้อ Drag จาก Weld Racing Magnum สำหรับ Honda โดยเฉพาะรัดด้วยยาง M/T ET Front ขนาด 24.0/4.5-15

DSC_0116

เป็น Jazz ที่ทำได้สุดอีกลำหนึ่งเพราะสไตล์การแต่งแบบนี้จะได้ในอเมริกา แต่พี่เจ้าของทุ่มทุนสร้างบรรจงใส่ของแต่งแบบไม่อั้นสำหรับฉบับนี้หมดเนื้อที่แล้วครับขอตัวไปหารถแรงๆมาให้ได้ชมกันอีกครับ…

Image Gallery

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>