เทคโนโลยีขับขี่สุดล้ำช่วย“ซิลเวอร์เอจ”เจนใหม่วัยเกษียณ
ใช้ชีวิตแอคทีฟไปไหนได้ตามใจ

Smart Tech for Aging Drivers (1)

เคยลองวาดภาพตัวเองในวัยเกษียณไว้บ้างไหม? เราจะยังคงท่องเที่ยวเดินทางผจญภัย ออกกำลังกายพบปะเพื่อนฝูง ดูแลครอบครัว หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ที่เราชอบเหมือนอย่างที่เราเคยทำหรือไม่? ด้วยการเอาใจใส่ดูแลสุขภาพของคนยุคใหม่รวมไปถึงการสาธารณสุขและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า ส่งผลให้ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้นกว่าเดิม ในวัยก่อนเกษียณและหลังเกษียณ เราจึงเห็นคนในวัย“ซิลเวอร์เอจ” (Silver Age)ยังคงมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง คล่องแคล่ว กระปรี้กระเปร่า แทบไม่ต่างจากคนวัยทำงานเพราะฉะนั้น คงไม่ต้องกังวลเลยว่าอายุที่เพิ่มขึ้นจะเป็นอุปสรรคกับการใช้ชีวิตแอคทีฟเดิมๆ ของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาอำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยให้ทุกกิจกรรมกลายเป็นเรื่องง่ายและไร้กังวล

Smart Tech for Aging Drivers (3)

ซิลเวอร์เอจ วัยแห่งความสุข

เบบี้บูมเมอร์ (Baby Boomers) คนที่มีอายุประมาณ55-70 ปีหรือวัยก่อนเกษียณ ไปจนถึงช่วง 10 ปีหลังเกษียณเป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อเรียกประจำเจเนอเรชั่นว่า ซิลเวอร์เอจ แม้จะถูกตั้งชื่อตามผมสีขาวหรือผมสีเงินที่มักเกิดขึ้นในวัยนี้ แต่ซิลเวอร์เอจ หรือวัยเกษียณในปัจจุบันกลับเป็นเจเนอเรชั่นที่ใครๆ แอบอิจฉา เพราะปลอดจากภาระมีอิสระมีกำลังซื้อ มีโอกาสได้ทำกิจกรรมต่างๆ ได้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เวลากับครอบครัว การออกกำลังกายได้สม่ำเสมอ การทำตามความฝันหรือบรรลุเป้าหมายส่วนตัว รวมไปถึงการเดินทางท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจหรือผจญภัยไปในที่ต่างๆ เพื่อให้รางวัลตัวเองอย่างมีความสุขและยังมีซิลเวอร์เอจอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังทำงานต่อหรือทำกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อนำประสบการณ์ทักษะความรู้และศักยภาพที่สั่งสมไว้ ไปใช้ให้เกิดเป็นประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม

2018 Ford Everest (1)

ไลฟ์สไตล์แอคทีฟ เคล็ดไม่ลับอายุยืน

งานวิจัยในระดับนานาชาติต่างเห็นพ้องต้องกันว่า กลุ่มซิลเวอร์เอจที่ยังแข็งแรง ใช้ชีวิตแอคทีฟดูแลสุขภาพทำกิจกรรมและงานอดิเรกเป็นประจำมีมุมมองในเชิงบวก ใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างมีความสุขมีคุณค่าและมีความหมายมีแนวโน้มที่จะมีอายุยืนขึ้นการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมหรือเคลื่อนไหวออกแรงในชีวิตประจำวันสม่ำเสมอ คือ เคล็ดลับอันดับหนึ่งที่ทำให้อายุยืนมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทยแนะนำให้วัยเกษียณเคลื่อนไหวออกแรงหรือออกกำลังระดับปานกลางที่ทำให้หายใจแรงขึ้นแต่ไม่ถึงขั้นหายใจหอบสะสมให้ได้อย่างน้อยวันละ 30 นาทีสัปดาห์ละ 5 วันอาจเป็นการออกกำลังกายรวดเดียว 30 นาทีหรือแบ่งเป็นช่วงช่วงละ 10-15 นาทีตรงกับคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกว่ากิจกรรมเคลื่อนไหวที่ออกแรงเทียบเท่าการเดินเร็ว 150 นาทีต่อสัปดาห์ช่วยให้อายุยืนเช่น การทำงานบ้านเดินไปธุระทำสวนทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวเน้นเสริมสร้างการทำงานของร่างกายแต่ละส่วนก็มีผลดีต่ออารมณ์ช่วยลดความเครียดและโอกาสเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้ นอกจากการฟิตร่างกายแล้ว การบริหารสมองให้แอคทีฟทุกวันก็ยังสำคัญไม่แพ้กัน เพราะกิจกรรมกระตุ้นสมรรถภาพสมองทั้งทางตรงและทางอ้อมช่วยชะลอการเกิดโรคสมองเสื่อมกิจกรรมง่ายๆ อย่างการเขียนอ่าน เล่นเกมอักษรไขว้ เล่นหมากรุกไพ่นกกระจอกหรือเกมส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหา มีผลดีต่อทักษะด้านการรับรู้และความคิดความเข้าใจและระบบความจำในวัยนี้

Smart Tech for Aging Drivers (4)

 

อีกหนึ่งกิจกรรมที่มีผลดีต่อสุขภาพกายและใจของกลุ่มซิลเวอร์เอจที่ยังมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและทักษะด้านการรับรู้และความคิดความเข้าใจสมบูรณ์ คือ การขับรถงานวิจัยในต่างประเทศพบว่า การหยุดขับรถทำให้วัยเกษียณมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าเพิ่มขึ้น2 เท่าตัวและมีสุขภาพกายถดถอยมากกว่าเมื่อเทียบกับคนเพศและวัยเดียวกันที่ยังขับรถอยู่ทั้งนี้เนื่องจากการขับรถเป็นการมอบอิสรภาพในการเดินทางแสดงถึงการพึ่งพาตนเองได้การขับรถไปทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันหรือเพื่อการเดินทางไปพักผ่อน ทำให้วัยเกษียณยังมีส่วนร่วมทางสังคม คงความคล่องแคล่วกระฉับกระเฉงมีความภูมิใจในตัวเองมีส่วนช่วยยกระดับชีวิตและคุณค่าของวัยนี้อีกทั้งช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวความกังวลว่าจะถูกทอดทิ้งและไม่เป็นภาระแก่ผู้อื่นสอดคล้องกับ ผลการวิจัยในไทยAWUSO Society 4.0 แก่แต่วัยหัวใจยังเก๋าโดยวิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดลที่พบว่า วัยเกษียณครึ่งหนึ่งชอบเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถยนต์ส่วนตัวเพราะเดินทางได้อย่างเป็นอิสระ สามารถชมวิวทิวทัศน์สองข้างทางและสะดวกในการแวะเข้าห้องน้ำได้ตลอด

2018 Ford Everest (3)

เทคโนโลยีขับขี่ล้ำสมัย ตัวช่วยชีวิตแอคทีฟ

เพราะวัยเกษียณในปัจจุบันยังคงความแอคทีฟด้วยด้วยการทำกิจกรรมมากมายเช่นเดียวกับวัยอื่นๆเพื่อตอบสนองความต้องการในการใช้ชีวิตช่วยให้วัยซิลเวอร์เอจมีอิสระในการเดินทาง ทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันอย่างแอคทีฟและมีความสุขซึ่งมีส่วนสำคัญในการยืดอายุให้ยืนยาวยิ่งขึ้นและสามารถพึ่งพาตนเองได้ยาวนานยิ่งขึ้นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์บางรายได้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อมอบความมั่นใจและความสะดวกสบายให้กับผู้ขับทุกกลุ่มทุกวัยตัวอย่างเช่นฟอร์ดที่ติดตั้งเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ (Advanced Driving Assist Technology) ที่รวบรวมฟังก์ชั่นมากมายเพื่อมอบความคล่องตัวในการขับขี่

ระบบตรวจจับลมยาง (Tire Pressure Monitoring System) ช่วยตรวจวัดความดันลมในยางล้อทั้ง 4 ล้อ

รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลาง อย่างฟอร์ดเอเวอร์เรสต์ ที่ได้รับรางวัลมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจากศูนย์ทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยด้านยานยนต์แห่งภูมิภาคอาเซียน (ASEAN New Car Assessment Program) และรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2558 (Thailand Car of the Year 2015) โดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์ไทย (สรยท.) มาพร้อมระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control)เมื่อกดปุ่มระบบจะควบคุมความเร็วตามที่กำหนดและรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าให้อัตโนมัติระบบจะช่วยเบรกและเร่งความเร็วให้ตามระยะห่างจากรถคันหน้าทำให้ผู้ขับไม่ต้องคอยเหยียบเบรกและคันเร่งหรือปิด-เปิดระบบควบคุมความเร็วใหม่ ช่วยให้การขับรถระยะไกลเป็นเรื่องง่าย สะดวกสบาย และปลอดภัย ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน ซึ่งผสานระบบเบรกแบบAutonomous Emergency Braking (AEB) เข้ากับระบบตรวจจับคนเดินถนนและระบบตรวจจับยานพาหนะบริเวณรอบตัวรถเพื่อหยุดรถและช่วยลดอัตราการชนท้ายและการชนคนเดินถนน ระบบตรวจจับลมยาง (Tire Pressure Monitoring System) ซึ่งคอยตรวจวัดความดันลมในยางล้อทั้ง 4 ล้อและเตือนผู้ใช้งานเมื่อความดันลมเปลี่ยนแปลงช่วยเพิ่มความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานของยาง รวมไปถึงระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ใช้กล้องที่ติดตั้งไว้ด้านหลังของกระจกมองหลังคอยตรวจจับเส้นแบ่งเลนถนนและการไถลออกนอกเลนโดยไม่ได้ตั้งใจหากกล้องตรวจจับได้ว่ารถกำลังเคลื่อนตัวออกนอกเลนอย่างไม่ได้ตั้งใจระบบจะเตือนด้วยสัญลักษณ์บนแผงหน้าปัดพร้อมการสั่นบนพวงมาลัยเพื่อให้ผู้ขับขี่รักษาตำแหน่งรถยนต์ให้อยู่ในเลนทั้งยังช่วยระวังผู้ใช้จักรยานหรือพาหนะอื่นๆที่อยู่ในเลนอื่นให้อีกด้วย

ระบบซิงค์ 3 (SYNC 3) ระบบสั่งงานด้วยเสียงที่รองรับภาษาไทย

นอกจากนี้ ฟอร์ดเอเวอเรสต์ยังมีเทคโนโลยีล้ำสมัยใหม่ๆ ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายและปลอดภัยรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบตรวจจับรถขณะออกจากซองจอด (Cross Traffic Alert) ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Active Park Assist) ระบบตรวจจับรถในจุดบอด (BLIS – Blind Spot Information System) ที่มาพร้อมกล้องมองหลังขณะถอยจอดและสัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้า รวมถึงการเชื่อมต่ออัจฉริยะอย่างระบบซิงค์ 3 (SYNC 3)ระบบสั่งงานด้วยเสียงที่รองรับภาษาไทยเพื่อการโทรเข้ารับสายส่งข้อความรวมถึงสามารถใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชั่นอื่นๆของสมาร์ทโฟนรองรับทั้งiOS และแอนดรอยด์ระบบดังกล่าวมาพร้อมจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว เมนูใช้งานง่ายตัวอักษรใหญ่มองเห็นชัดเจนช่วยให้การขับรถทั้งในระยะใกล้และระยะไกลเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยและยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบช่วยโทรฉุกเฉิน (Emergency Assistance) ซึ่งจะทำงานผ่านโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อผ่านบลูทูธภายในรถเพื่อต่อสายไปที่เบอร์1669 เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน แม้จะสูงวัย แต่หัวใจยังแอคทีฟ “ซิลเวอร์เอจ”จึงเป็นวัยที่ยังสามารถใช้ชีวิตได้เต็มที่ไม่ต่างจากคนรุ่นอื่นๆยิ่งถ้ามีพาหนะคู่ใจที่มาพร้อมเทคโนโลยีขับขี่ช่วยอำนวยความสะดวกในทุกด้าน ทำให้การเดินทาง ท่องเที่ยวหรือทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน เป็นเรื่องง่าย ปลอดภัย และไร้กังวลช่วยส่งเสริมให้วัยเกษียณได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมีคุณค่า และมีความหมายในทุกๆ วัน

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>