ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ เปิดตัว 2 รุ่นสเปเชี่ยล อิดิชั่น
BONNEVILLE T120 และ BONNEVILLE T100 BUD EKINS
ฉลอง
ตำนานบิ๊กไบค์ขนานแท้

Joint-Hero-1
ไทรอัมพ์เตรียมเปิดตัวรถจักรยานยนต์ 2 รุ่น ลิมิเต็ด อิดิชัน Bonneville T120 และ Bonneville T100 Bud Ekins เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองชื่อและตำนานอันโดดเด่น โดยในช่วงปี 1960 ผู้มีชื่อเสียงในด้านรถจักรยานยนต์อย่าง Bud Ekins ผู้ซึ่งนอกจากจะเป็นทั้งสตันท์แมนระดับเทพของ Hollywood นักแข่งโมโตครอส และนักขี่ข้ามทะเลทราย ยังเป็นนักขี่ในฉากการขี่รถจักรยานยนต์เหินฟ้าที่น่าหวาดเสียว ซึ่งได้กลายเป็นฉากต้นแบบที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประวัติศาสตร์ในภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่าง The Great Escape โดยเข้าแสดงแทนตัวละครเอก ซึ่งเป็นเพื่อนและคู่หูในการแข่งขัน ISDT ของเขาอย่าง Steve McQueen ซึ่งรถจักรยานยนต์สุดพิเศษและสวยงาม ทั้ง 2 รุ่นนี้จะถ่ายทอดลักษณะเฉดสีของตัวรถที่มีความเป็นแคลิฟอร์เนียที่ทำขึ้นมาเฉพาะโดยได้รับแรงบันดาลใจจาก Bud Ekins รวมไปถึงนำเสนอรายละเอียดพิเศษและสัมผัสใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน

โดย Bonneville T100 Bud Ekins ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 456,000 บาท และ Bonneville T120 Bud Ekins ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 595,000 บาท

2 รุ่นสุดพิเศษ

  • แต่ละรุ่นมาพร้อมกับ 2 โทนสี ที่มีการลงลายเส้นด้วยมือ และตราสัญลักษณ์ไทรอัมพ์แบบดั้งเดิมซึ่งถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกสำหรับการผลิตแบบเต็มรูปแบบสมัยใหม่ของไทรอัมพ์
  • ตราโลโก้ “Flying globe” ของ Bud Ekinsในสไตล์แคลิฟอร์เนียสุดโดดเด่นบนตัวถัง
  • รายละเอียดการตกแต่งบังโคลนด้านหน้าโดยเฉพาะ มาพร้อมกับตราโลโก้ “Flying globe” ของ Bud Ekins ในสไตล์แคลิฟอร์เนีย
  • โลโก้ โลโก้ Bonneville “Bud Ekins” สุดโดดเด่นบนแผงด้านข้าง

 

รายละเอียดเฉพาะและการตกแต่งที่ดีกว่าเดิม

  • ฝาถังน้ำมันสไตล์ Monza
  • ไฟเลี้ยว LED คุณลักษณะเฉพาะที่สูงกว่าเดิม
  • ปลอกแฮนด์ลายเพชรและกระจกมองข้างติดปลายแฮนด์
  • โลโก้บนเครื่องยนต์สีดำเฉพาะรุ่น

เอกสารรับรองสำหรับนักสะสม

  • รถจักรยานยนต์แต่ละคันจะมีใบรับรองซึ่งรวม ไปถึงการระบุเรื่องราวเหลือเชื่อของ Bud Ekins ไว้ด้วย
  • ใบรับรองดังกล่าวจะได้รับการลงนามโดย Nick Bloor ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไทรอัมพ์ และลูกสาวทั้งคู่ของ Bud Ekins คือ Susan Ekins และ Donna Ekins

ต้นแบบ Bonneville T120 และ Bonneville T100 ที่อยู่เหนือกาลเวลา

  • รถจักรยานยนต์ทั้ง 2 รุ่นจะนำเสนอเทคโนโลยีที่เน้นผู้ขับขี่ขั้นสูง เพื่อการควบคุมรถ ความปลอดภัย และความมั่นใจของผู้ขับขี่
  • ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับเครื่องยนต์บอนเนวิลล์สูบคู่ แรงบิดสูง นำเสนอการส่งมอบแรงบิดสุดเร้าใจและขีดความสามารถที่ทันสมัย โดยในรุ่น T120 จะส่งต่อพละกำลังถึง 80 PS ในขณะที่รุ่น T100 จะส่งต่อพละกำลังที่ 55 PS
  • โครงรถและชุดติดตั้งระบบกันการสั่นสะเทือนที่โดดเด่น เหมาะสำหรับการขับขี่ที่ราบรื่นและผ่อนคลายในทุกวัน หรือจะขับขี่ทั้งวัน ไม่ว่าจะขับขี่คนเดียว หรือมีเพื่อนร่วมทางก็ตาม
  • รูปแบบดั้งเดิมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Bonneville รุ่นปี 1959 ที่เป็นตำนาน ที่มาพร้อมกับสไตล์ รายละเอียด และลักษณะที่โดดเด่น

“BONNEVILLE T120” BUD EKINS
ด้วยแรงบันดาลใจจาก Bonneville T120 และ Bonneville T100 ต้นแบบเหนือกาลเวลา จึงได้มีการจัดทำรุ่นพิเศษอย่าง Bonneville T120 และ Bonneville T100 Bud Ekins ใหม่ขึ้น เพื่อแสดงความชื่นชมในความสำเร็จของ Bud Ekins ตำนานแห่งวงการรถจักรยานยนต์อย่างแท้จริง ที่เป็นทั้งสตันท์แมนระดับเทพ นักแข่งโมโตครอสและนักขี่ข้ามทะเลทรายชั้นแนวหน้าด้วย นอกจากนี้ Bud ยังเป็นผู้แทนจำหน่ายไทรอัมพ์ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาในช่วงเวลานั้น โดยโชว์รูมตั้งอยู่ที่ Sherman Oaks ใน California ซึ่งเป็นที่ ๆ ที่ให้เขาได้กลายมาเป็นเพื่อนสนิทและเป็นคู่หูในการขี่รถจักรยานยนต์กับดาว Hollywood อย่าง Steve McQueen Paul Newman และ Clint Eastwood

สำหรับรถจักรยานยนต์ Bonneville T120 และ Bonneville T100 Bud Ekins รุ่นพิเศษ ปี 2020 นี้ ได้นำเอาสไตล์สุดคลาสสิกและขีดความสามารถอันทันสมัยของรถรุ่นมาตรฐานอย่าง Bonneville T120 และ Bonneville T100 และยังได้นำเอามาตรฐานการตกแต่งที่ดีกว่าเดิมมาร่วมด้วย รวมถึง

– การออกแบบตัวถังที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์แคลิฟอร์เนีย ซึ่งมาพร้อมกับตราโลโก้ “Flying globe” ใน   สไตล์แคลิฟอร์เนียสุดโดดเด่น

– ตราสัญลักษณ์ไทรอัมพ์แบบดั้งเดิมบนตัวถัง

– โลโก้ “Bonneville T120 และ Bonneville T100 Bud Ekins” สุดโดดเด่นบนแผงด้านข้าง

– รายละเอียดการตกแต่งบังโคลนด้านหน้าโดยเฉพาะ มาพร้อมกับตราโลโก้ “Flying globe” ในสไตล์แคลิฟอร์เนียที่สวยงาม

นอกจากโทนสีสุดโดดเด่น T120 และ T100 Bud Ekins รุ่นพิเศษนี้ยั งนำเสนอรายละเอียดสุดพรีเมี่ยมที่ช่วยส่งเสริมสไตล์และตำแหน่งเฉพาะในการขับขี่ ซึ่งจะรวมไปถึง

– ฝาถังน้ำมันสไตล์ Monza

– ไฟเลี้ยว LED คุณลักษณะเฉพาะที่สูงกว่าเดิม

– ปลอกแฮนด์ลายเพชร

– กระจกมองข้างติดปลายแฮนด์สไตล์มินิมอล

– โลโก้เครื่องยนต์สีดำเฉพาะรุ่น

“BONNEVILLE T100” BUD EKINS
เนื่องจากรถทั้ง 2 รุ่นนี้เป็นรถจักรยานยนต์รุ่นพิเศษของไทรอัมพ์อย่างเป็นทางการ Bonneville T120 และ Bonneville T100 Bud Ekins แต่ละคัน  จึงมาพร้อมใบรับรองที่มีรายละเอียดเรื่องราวสุดพิเศษอันน่าเหลือเชื่อของ Bud Ekins และได้รับการลงนามโดย Nick Bloor ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไทรอัมพ์ และลูกสาวทั้งคู่ของ Bud Ekins คือ Susan Ekins และ Donna Ekins

BUD EKINS นักขี่ข้ามทะเลทราย นักขี่สตันท์แมน ตำนานแห่งวงการจักรยานยนต์ที่แท้จริง

Bud Ekins เกิดที่ลอสแองเจลิสในปี 1930 โดยเรียนรู้การขี่รถบนเนินเขา Hollywood ใกล้บ้านเขา และฝึกฝนทักษะการขี่ทางวิบากตั้งแต่ก่อนที่เขาจะอายุถึงเกณฑ์สอบใบขับขี่ โชคดีที่แคลิฟอร์เนียนั้นมีสนามแข่งทางวิบากอยู่เป็นจำนวนมาก และตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นตอนปลาย เขาก็เริ่มสร้างชื่อเสียงในฐานะเป็นหนึ่งในนักแข่งโมโตครอสและนักขี่ข้ามทะเลทรายแนวหน้าของ SoCal

ในตอนที่ Bill Johnson ผู้แทนจำหน่ายไทรอัมพ์ในสหรัฐฯ ได้มอบรถไทรอัมพ์ TR5 Trophy ให้กับ Ekins ซึ่งเขาใช้มันเอาชนะการแข่งขัน Catalina Grand Prix  ด้วยเหตุนี้ Ekins ก็ได้ทราบดีว่าไทรอัมพ์คือผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ที่ทั้งแข็งแกร่ง รวดเร็ว และน้ำหนักเบา มีความคล่องตัว การตอบสนอง และกำลังที่เขาต้องการอย่างครบครัน

ความสำเร็จของ Ekins ในช่วงกลางยุค 50 เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการปรากฏตัวของไทรอัมพ์ในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญต่อวงการรถจักรยานยนต์ทั่วโลก โดยทั้งสองฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตัวเอง ในการสร้างนิยามใหม่ให้กับขีดความสามารถของรถจักรยานยนต์

Edward Turner กรรมการผู้จัดการชื่อดังและหัวหน้าฝ่ายดีไซน์ของไทรอัมพ์ ยังคงพัฒนารถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สูบคู่อันน่าทึ่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มระดับกำลัง ประสิทธิภาพ และความน่าไว้วางใจให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ Johnny Allen ทำลายสถิติโลกความเร็วภาคพื้นดินด้วยรถจักรยานยนต์ในปี 1955 และ 1956 โดยใช้เครื่องยนต์ที่ส่งตรงจากสายพานการผลิตโรงงานไทรอัมพ์ ในขณะที่ Ekins ก็ตกลงเป็นพันธมิตรกับไทรอัมพ์ ซึ่งอยู่เคียงข้างเขาจนถึงวันที่เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นนักแข่งทางวิบากระดับแนวหน้าของอเมริกา และเป็นผู้แทนจำหน่ายไทรอัมพ์ที่ได้รับการชื่นชม

ในปี 1956  Ekins เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 ในการแข่งขันทางวิบากระยะทาง 153 ไมล์ ในรายการ Californian Big Bear Motorcycle Run โดยที่นักขี่ที่ได้อันดับหนึ่ง สอง และสาม ต่างก็ขี่รถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ TR6 Trophy  ทำให้ไทรอัมพ์กลายเป็นเจ้าแห่งแวดวงการแข่งขันอย่างแท้จริง โดยในตอนที่ Ekins ชนะการแข่งขันรายการเดิมนี้ในปีถัดไป ผู้เข้าเส้นชัย 20 จาก 25 อันดับแรก ต่างก็ใช้รถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ 

Heritage-Triumph-logoผู้แทนจำหน่ายชั้นนำในสหรัฐอเมริกา

จากความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงศักยภาพอันเหลือล้น และความเหนือชั้นด้านสมรรถนะของรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ ซึ่งเกิดจากกระแสความนิยมรถจักรยานยนต์สัญชาติอังกฤษที่มีความน่าไว้วางใจ น้ำหนักเบา และทรงพลัง รวมถึงความสำเร็จในการแข่งขันของ Ekins ส่งผลให้เขาตัดสินใจเป็นผู้แทนจำหน่ายไทรอัมพ์ใน North Hollywood  และที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งดึงดูดนักแสดงภาพยนตร์รุ่นใหม่ ซึ่งรวมถึง Paul Newman และ Clint Eastwood ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้  Ekins ใช้ชีวิตและทุกลมหายใจอยู่ร่วมกับรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ ซึ่งแน่นอนว่าทักษะการขายของเขานั้นมีโดยธรรมชาติ ส่งผลให้ธุรกิจของเขาประสบความสำเร็จในระดับที่เทียบเท่ากับความสำเร็จในการแข่งขันของเขาเลยก็ว่าได้

 

STEVE MCQUEEN

หนึ่งในผู้คลั่งไคล้รถจักรยานยนต์ นั่นคือตำนานของ Hollywood อย่าง Steve McQueen  รถจักรยานยนต์คันโปรดในช่วงแรกของเขาได้แก่ TR5 Trophy ซึ่งได้รับการซ่อมบำรุงโดยโชว์รูมของ Ekins ส่งผลให้ทั้งคู่สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว  Ekins แนะนำให้ McQueen ได้รู้จักกับแวดวงการแข่งขันข้ามทะเลทรายแคลิฟอร์เนียอันร้อนระอุ ซึ่งส่งผลให้เจ้าตัวหลงใหลในการแข่งขันอย่างไม่เป็นทางการอันแสนเร้าใจนี้ เขาเริ่มใช้เวลาว่างทั้งหมดที่มีไปกับการเหินข้ามเนินทราย หรือไม่ก็ไปรวมตัวกับ Ekins และเพื่อนๆ นักขี่ของเขาเพื่อใช้เวลาร่วมกัน

ถึงแม้ว่าการดูแลโชว์รูมไทรอัมพ์ให้ประสบความสำเร็จนั้นจะเป็นงานที่ยุ่งยาก แต่ Ekins ก็ยังคงลงแข่งขันอย่างต่อเนื่อง โดยเขาประสบความสำเร็จในการแข่งขันทางวิบากหลายรายการ อาทิ Hare and Hound, Mint 400 และ Baja 1000 (ซึ่งเขาเป็นผู้ร่วมจัดงานด้วย)  ซึ่ง Steve McQueen มักจะไปลงแข่งเป็นเพื่อนเขาอยู่บ่อย ๆ  เขาเรียนรู้ไวและเป็นนักขี่ความเร็วสูง และในตอนที่ Ekins เป็นนักขี่ที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง และได้เป็นตัวแทนสหรัฐอเมริกาลงแข่งขันในงานใหญ่อย่าง International Six Days Trial ซึ่งถือเป็นการแข่งขันโอลิมปิกของวงการรถจักรยานยนต์ เขาก็ช่วยสนับสนุนให้ McQueen ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในทีมแข่งของสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันรายการ 1964 East German ISDT โดยทั้งคู่ต่างขี่ไทรอัมพ์ ซึ่ง Ekins ได้รับเหรียญทองจากการแข่งขันรายการ International Six Days Trials (ISDT) ถึงสี่ครั้งในระยะเวลาเพียงเจ็ดปี

The Great Escape

ในฤดูใบไม้ร่วงปี 1962 Steve McQueen กำลังเตรียมตัวบินไปยุโรปเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์ของปีถัดไป โดยภาพยนตร์ The Great Escape ได้กลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในปีนั้น โดย McQueen พบว่าจำเป็นต้องใช้สตันท์ที่เป็นนักขี่รถจักรยานยนต์ จึงแนะนำเพื่อนสนิทของเขากับเหล่าโปรดิวเซอร์ โดย Ekins ได้รับการว่าจ้างแบบเซ็นสัญญาสี่เดือน แต่ในการถ่ายทำจริงกลับใช้เวลาเพียงไม่นาน แต่ McQueen (พร้อมความช่วยเหลือจาก Ekins) ก็สามารถทำความเข้าใจและถ่ายทอดเรื่องราวอันน่าทึ่งของตัวละครของเขาออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

ในภาพยนตร์ตัวละครของ McQueen คือร้อยเอก Virgil Hilts หลบหนีจากค่ายกักกันนักโทษสงคราม โดยขโมยรถจักรยานยนต์มาด้วยหนึ่งคัน และถูกไล่ล่าขณะหลบหนีผ่านทุ่งหญ้า Bavarian ที่แสนงดงาม เพื่อไปให้ถึงชายแดนประเทศสวิตเซอร์แลนด์  ในขณะที่ทหารฝ่ายศัตรูใกล้เข้ามา Hilts ต้องขี่รถจักรยานยนต์เหินฟ้าข้ามรั้วลวดหนาม เพื่อลงสู่ผืนดินของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่เป็นกลางทางสงครามให้ได้อย่างปลอดภัย

ทั้งคู่ใช้การฝึกฝนและทดลองการเหินฟ้า โดย McQueen และ Ekins เลือกใช้ขีดความสามารถของรถจักรยานยนต์ทางวิบากคันโปรดของพวกเขา อย่างไทรอัมพ์ TR6 Trophy เพื่อสร้างฉากการเหินฟ้าที่เร้าใจถึงขีดสุด  พวกเขาคำนวณว่าจะต้องทำความเร็วให้ถึง 80 mph จึงจะสามารถเหินฟ้าพ้นรั้วลวดหนามสูงสิบสองฟุต และลงจอดบนพื้นลาดชันที่อยู่ห่างออกไป 60 ฟุตได้สำเร็จ  โดยสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นบนพื้นหญ้า แม้ว่าเขาจะไม่พอใจ แต่ McQueen ก็ถูกตัวแทนประกันภัยของภาพยนตร์เรื่องนี้ห้ามไม่ให้เล่นฉากนี้ด้วยตัวเอง ดังนั้น Ekins จึงต้องเป็นผู้แสดงแทน

การเหินฟ้าครั้งนี้ ยังคงเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์ Hollywood  ในปี 1962 โดยรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ TR6 Trophy มีความเร็วรอบเครื่องยนต์สูงสุดอยู่ที่ 6,000 rpm และมีกำลังประมาณ 42 bhp แต่การตอบสนองของเครื่องยนต์ไทรอัมพ์อันทรงพลัง และแรงบิดสูบคู่ที่มหาศาล ทำให้รถรุ่นนี้เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของ McQueenและ Ekins ซึ่งเขาประสบความสำเร็จในการเหินฟ้า ตามที่ทุกคนได้ชมจากในภาพยนตร์ซึ่งกำลังฉายอยู่ที่ Triumph Motorcycles’ Factory Visitor Experience ใน Hinckley ซึ่งไม่คิดค่าเข้าชมแต่อย่างใด

 

Twin-paint-schemeนักขี่สตันท์จากฮอลลีวูด

ความสำเร็จจากการแข่งขันและมิตรภาพของ Ekins ช่วยมอบโอกาสทางอาชีพการงานครั้งใหม่ให้กับเขา ในขณะที่ ‘การเหินฟ้าครั้งนั้น’ ได้รับการยอมรับในวงกว้างว่า เป็นงานสตันท์รถจักรยานยนต์ที่โด่งดังที่สุดเท่าที่เคยมีมาในวงการภาพยนตร์ บทบาทของ Ekins ในฐานะนักขี่สตันท์ จึงเป็นที่ต้องการมากขึ้น  ในฐานะหนึ่งในสตันท์ที่เก่งที่สุดใน Hollywood เขาทำหน้าที่เป็นสตันท์ในวงการภาพยนตร์ต่อไปถึง 30 ปี สลับกับการดูแลธุรกิจผู้แทนจำหน่ายของเขาควบคู่กันไป

BONNEVILLE T120

เครื่องยนต์แรงบิดสูงขนาด 1200cc ลักษณะดั้งเดิมของ Bonneville T120 มีความโดดเด่นด้วยเครื่องยนต์แรงบิดสูง 8 วาล์ว ขนาด 1200 ซีซี ติดตั้งกับเครื่องยนต์บอนเนวิลล์สูบคู่ ด้วยการสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อให้เหมาะกับสไตล์การขับขี่แบบคลาสสิคสมัยใหม่ และส่งต่อแรงบิดสุดเร้าใจได้อย่างทันท่วงที เครื่องยนต์จึงให้แรงบิดสูงสุดได้ที่ 105 Nm ที่ 3,100 rpm ซึ่งมากกว่ารุ่น Bonneville T100 ที่มีระบบการทำความเย็นด้วยอากาศถึง 54%

เพื่อให้เกิดความแม่นยำในการระบุตำแหน่ง และการตอบสนองของเรือนปีกผีเสื้ออย่างคงที่ของระบบการจัดการเครื่องยนต์ และระบบการฉีดเชื้อเพลิงด้วยคันเร่งไฟฟ้าของ เครื่องยนต์บอนเนวิลล์ ขนาด 1200 ซีซี ความเร็ว  6 ระดับ จึงถูกออกแบบทางวิศวกรรมให้มีเสน่ห์ดึงดูดใจ และมีช่วงจุดระเบิดเยื้อง 270º เพื่อส่งกำลังได้โดยตรงและมีลักษณะเฉพาะ

ลักษณะของเครื่องยนต์ถูกตกแต่งออกมาอย่างสวยงาม ผสมผสานกับความเป็นมรดกตกทอดจากรถรุ่น Bonneville ในยุค 60 อันเป็นตำนาน และองค์ประกอบร่วมสมัยเพื่อรักษาเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์ที่โดดเด่นเอาไว้

ระบบการทำความเย็นด้วยของเหลวสุดทันสมัย และการตกแต่งภายนอกอย่างมีสไตล์ของเครื่องยนต์ขนาด 1200 ซีซี ถูกผสานเข้าด้วยกันอย่างรอบคอบ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิด ในขณะเดียวกันก็ปล่อยควันที่สะอาดมากขึ้นกว่าเดิม และมีประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงดีขึ้นกว่ารถรุ่นก่อนถึง 13% ซึ่งรอบเช็คระยะครั้งแรกอยู่ที่ 16,000 กม. (10,000 ไมล์)

ท้ายที่สุด ท่อไอเสียแบบ peashooter ที่สวยสง่างาม ทอดยาวในแนวตรง พร้อมด้วยการออกแบบท่อสองชั้นอย่างชาญฉลาดที่สามารถซ่อนกล่อง CAT Box ไว้ได้อย่างแนบเนียน โดยจะให้เสียงที่แท้จริงของเครื่องยนต์สูบคู่สไตล์อังกฤษและเสียงของท่อไอเสียที่เข้มข้นทรงพลัง เข้ากันกับคุณลักษณะของ T120 อย่างที่คุณคาดหวังไว้อย่างแน่นอน

 

Bud-Ekins-globe-fuel-tank-logoขีดความสามารถที่ทันสมัย

                Bonneville T120 Bud Ekins รุ่นพิเศษนี้ มีขีดความสามารถมาตรฐานระดับสูงเช่นเดียวกับ T120 มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่เน้นผู้ขับขี่ ช่วยทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างไร้ที่ติ ขับขี่ด้วยความมั่นใจ และปลอดภัย เพื่อรักษาลักษณะและสไตล์ความเป็น Bonneville ของแท้ให้คงเดิม

โดยรายละเอียดจะรวมถึง:

ระบบเบรก ABS ระบบเบรกป้องกันล้อล็อกของไทรอัมพ์ช่วยให้เกิดความปลอดภัยระดับสูง และการควบคุมรถได้เป็นอย่างดี

คันเร่งไฟฟ้า RidebyWire เพื่อการตอบสนองของเรือนปีกผีเสื้อ ความปลอดภัย สัมผัส และประหยัดเชื้อเพลิงที่ดีขึ้น

ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน ด้วยข้อดีของระบบคันเร่งไฟฟ้า ระบบการควบคุมการยึดเกาะถนนแบบ เปิด-ปิดได้ จะช่วยเพิ่มการควบคุมรถได้อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

โหมดการขับขี่ปรับได้ 2 โหมด ซึ่งเชื่อมต่อกับระบบคันเร่งไฟฟ้า โดยสามารถเลือกโหมดการขับขี่ในแบบ Road และ Rain เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการขับขี่ เพื่อความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

คลัตช์ช่วยผ่อนแรง  ช่วยให้สัมผัสที่เบาขึ้นและรู้สึกขับขี่ได้ง่ายขึ้น ยาวนานขึ้น

ไฟหน้า DRL     การทำงานร่วมกันระหว่างไฟหน้าและไฟ DRL  นำเสนอรูปแบบการส่องสว่างที่โดดเด่น และประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ยาวนานขึ้น

ไฟท้าย LED   ติดตั้งมากับส่วนท้ายรถได้อย่างคลาสสิก มีรูปแบบไฟท้ายที่โดดเด่น และประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีขึ้น มาพร้อมกับไฟส่องป้ายทะเบียน

ช่องชาร์จไฟผ่านพอร์ท USB ช่องชาร์จไฟผ่านพอร์ท USB ภายใต้เบาะนั่งไว้สำหรับชาร์จอุปกรณ์ที่จำเป็น

ระบบป้องกันการโจรกรรมเครื่องยนต์ ชิปสัญญานกันขโมยในกุญแจ T120

เรือนไมล์แบบหน้าปัดคู่  เรือนไมล์แบบเข็มหน้าปัดคู่(วัดความเร็วและรอบเครื่องยนต์)พร้อมกับดีไซน์หน้าปัด 3 มิติ เชื่อมต่ออย่างชาญฉลาด เข้ากับระบบเมนูดิจิทัล

หน้าปัดดังกล่าวยังแสดงข้อมูลสำคัญ ที่รวมไปถึง

– การตั้งค่าโหมดการขับขี่ Road หรือ Rain

– ไฟบอกตำแหน่งเกียร์

– บอกการวัดระยะทาง

– การตั้งค่าเส้นทางการขับขี่ 2 แบบ

– ไฟบอกสถานะการทำงาน

– ไฟเตือนระดับน้ำมัน

– ไฟบอกระดับน้ำมัน รวมทั้งอัตราการใช้น้ำมันเฉลี่ย และในปัจจุบัน

– การปิดระบบการควบคุมการยึดเกาะถนน

– นาฬิกาบอกเวลา

นอกจากนี้แล้ว ผู้ขับขี่ยังสามารถเพิ่มอุปกรณ์ตกแต่ง ซึ่งจะช่วยให้เข้าถึงฟังก์ชั่นต่าง ๆ ได้ผ่านหน้าปัดนาฬิกา รวมถึงระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ

Monza-filler-cap
สวิตช์เกียร์  
สวิตช์เกียร์ที่สามารถควบคุมได้ง่ายแค่ปลายนิ้วสะดวกแก่การเข้าถึงเมนูการ  ทำงานบนหน้าปัดเรือนไมล์

 

การควบคุมรถได้อย่างราบรื่น 

Bonneville T120 มีลักษณะของโครงรถและระบบกันการสั่นสะเทือนที่พัฒนาขึ้นเพื่อการขับขี่ได้ง่ายและรู้สึกสบาย ไม่ว่าจะขับขี่คนเดียวหรือมีเพื่อนร่วมทางก็ตาม เมื่อรวมเอกลักษณ์เฉพาะของไทรอัมพ์ ไม่ว่าจะเป็นไดนามิกการขับขี่ที่พอดี มีความคล่องแคล่ว และความเสถียร เข้ากับเบาะนั่งสุดแสนสบายและระบบกันการสั่นสะเทือนระหว่างเดินทาง ยิ่งช่วยเสริมให้การขับขี่นั้นง่ายมากยิ่งขึ้น ด้วยตำแหน่งการขับขี่ที่ผ่อนคลาย ขาตั้งที่อยู่กึ่งกลางตัวรถ และมีรางยึดสำหรับผู้นั่งซ้อนท้าย Bonneville T120 Bud Ekins รุ่นพิเศษนี้จึงติดตั้งมาพร้อมกับอุปกรณ์อย่างเต็มรูปแบบเพื่อความสะดวกสบายและความสามารถในการขับขี่ขั้นสูงสุดที่เกิดได้ในโลกแห่งความเป็นจริง

 

สไตล์ดั้งเดิม

Bonneville T120 ใหม่นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Bonneville ปี 1959 ในตำนาน โดยผสานเข้ากับ DNA ดั้งเดิมให้มากขึ้น เข้ากับสัญลักษณ์ความมีสไตล์ ลึกในรายละเอียด และคุณลักษณะต่าง ๆ ที่โดดเด่น จากเอกลักษณ์ของ Bonneville โดยรวม ตั้งแต่ลายเส้นการตกแต่งของตัวถัง โลโก้ลงรายละเอียดสุดประณีต ไฟส่องสว่าง นาฬิกาหน้าปัดคู่อันน่าทึ่ง ทำให้ T120 เป็นรถที่มีความโดดเด่นเหนือกาลเวลา และมีวิวัฒนาการขึ้นอย่างสวยงาม

Black-engine-badge---2
BONNEVILLE T100

เครื่องยนต์แรงบิดสูงขนาด 900cc
Bonneville T100 นำเสนอคุณภาพ ประสิทธิภาพ ขีดความสามารถ และความสบายในการขับขี่ที่คาดว่าจะได้รับจากรถตระกูล Bonneville มาพร้อมเครื่องยนต์สูบคู่แรงบิดสูง 8 วาล์ว ขนาด 900ซีซี ช่วยส่งต่อแรงบิดที่มากกว่าเดิม แต่ประหยัดเชื้อเพลิงได้ดีขึ้น เสียงจากท่อไอเสียที่นุ่มลึกกว่ารถรุ่นก่อนที่ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ

T100 ที่ถูกปรับแต่งขึ้นมาเพื่อให้ได้แรงบิดที่สูงในรอบเครื่องต่ำ ช่วยส่งต่อแรงบิดสูงสุดที่ 80 Nm ที่ความเร็วรอบ 3,200 rpm เพิ่มขึ้นจาก Bonneville T100 รุ่นระบายความร้อนด้วยอากาศก่อนหน้านี้ถึง 18% ส่งผลต่อการขับขี่อย่างเร้าใจและดุดันมากยิ่งขึ้น

ด้วยการตอบสนองของเรือนปีกผีเสื้อที่ดีขึ้นจากระบบการฉีดเชื้อเพลิงด้วยคันเร่งไฟฟ้าและชุดเกียร์ 5 ระดับ เครื่องยนต์ Bonneville จึงถูกออกแบบทางวิศวกรรมให้มีเสน่ห์ดึงดูดใจ และมีช่วงจุดระเบิดเยื้อง 270º เพื่อส่งกำลังได้โดยตรงและราบรื่น ระบบการทำความเย็นด้วยของเหลวสุดทันสมัยที่ผสานเข้ากับลักษณะอันโดดเด่นของ  Bonneville จะช่วยลดการปล่อยแก๊สเชื้อเพลิง และปรับปรุงประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงได้ถึง 29% รวมเข้ากับรอบการให้บริการครั้งแรกขึ้นเป็น 16,000 กม. (10,000 ไมล์) อีกทั้งท่อไอเสียแบบ peashooter ที่สวยงามโดดเด่นของ T100 ได้ผ่านการออกแบบในสไตล์คลาสสิก และท่อสองชั้นที่ออกแบบได้อย่างแยบยล ให้เสียงของท่อไอเสียที่เข้มข้นทรงพลังสำหรับเสียงเครื่องยนต์สูบคู่สไตล์อังกฤษ

 

ขีดความสามารถที่ทันสมัย

Bonneville T100 Bud Ekins รุ่นพิเศษนี้ มีขีดความสามารถมาตรฐานระดับสูงเช่นเดียวกับ T100 ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดการตกแต่ง ขีดความสามารถที่ทันสมัย รวมถึงเทคโนโลยีที่เน้นผู้ขับขี่ เพื่อการควบคุมรถและความปลอดภัยขั้นสูงสุด

โดยรายละเอียดจะรวมถึง:

คันเร่งไฟฟ้า Ridebywire    ส่งมอบความสามารถในการขับขี่ ความรู้สึก ความปลอดภัย และการควบคุมรถที่ดีขึ้นจากการตอบสนองของเรือนปีกผีเสื้อเดี่ยว

ระบบเบรก ABS       ระบบเบรกป้องกันล้อล็อกของไทรอัมพ์รุ่นล่าสุด ช่วยให้เกิดความปลอดภัย และการควบคุมรถได้เป็นอย่างดีไปอีกขั้น ไม่รบกวนการขับขี่

ระบบควบคุมการยึดเกาะถนนแบบเปิด-ปิดได้         ระบบการควบคุมการยึดเกาะถนน สามารถปรับเปลี่ยนได้ผ่านเมนูในอุปกรณ์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสบายให้แก่ผู้ขับขี่มากที่สุด

คลัตช์ผ่อนแรง           ถูกออกแบบมาเพื่อลดแรงของผู้ขับขี่ที่ใช้ในการบีบคลัตช์ ช่วยให้สัมผัสที่เบาขึ้น และรู้สึกขับขี่ได้ง่ายขึ้น ยาวนานขึ้น

ไฟท้าย LED       ติดตั้งมากับส่วนท้ายรถได้อย่างคลาสสิค มีรูปแบบไฟท้ายที่โดดเด่น และ ประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีขึ้น และมองเห็นได้อย่างดีเยี่ยม

ระบบป้องกันการโจรกรรมเครื่องยนต์        ระบบป้องกันการโจรกรรมที่ได้รับการรับรองโดย Thatcham ผสานกับกุญแจที่มีตราโลโก้ของไทรอัมพ์สุดโดดเด่น

ช่องชาร์จไฟผ่านพอร์ท USB          ช่องชาร์จไฟผ่านพอร์ท USB ภายใต้เบาะนั่งไว้สำหรับชาร์จอุปกรณ์ที่จำเป็น

เรือนไมล์แบบหน้าปัดคู่           เชื่อมต่ออย่างชาญฉลาด เข้ากับระบบเมนูดิจิทัล เข้าถึงได้เพียงปลายนิ้วมือในขณะขับรถ
มาพร้อมกับ:

– ไฟบอกตำแหน่งเกียร์

– บอกการวัดระยะทาง

– การตั้งค่าเส้นทางการขับขี่ 2 แบบ

– ไฟบอกสถานะการทำงาน

– ไฟเตือนระดับน้ำมัน

-ไฟบอกระดับน้ำมัน

อัตราการใช้น้ำมันเฉลี่ย และในปัจจุบัน

– นาฬิกาบอกเวลา

– การตั้งค่าระบบการควบคุมการยึดเกาะถนน

พร้อมด้วยอุปกรณ์เสริมที่มีมากมายซึ่งรวมถึงระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (cruise control) และปลอกแฮนด์ปรับความร้อนด้วย

Engine-RHS
การเข้าถึงที่ดีเยี่ยม

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของ T100 คือ โครงรถและการติดตั้งระบบกันการสั่นสะเทือนที่ถูกออกแบบมาให้มีระดับความสูงของที่นั่งที่ต่ำ เพื่อการขับขีที่สบายของผู้ขับขี่ ทำให้ได้รับประสบการณ์การขับขี่ในภาพรวมที่ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไกล การเดินทางในทุกวัน หรือการมีผู้โดยสารก็ตาม

T100 นำเสนอระบบกันการสั่นสะเทือนที่ยาวกว่าเดิมสุดโดดเด่น รวมไปถึงโช้คหน้าซึ่งทำงานร่วมกัน เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่อย่างมีส่วนร่วมและง่ายดายให้แก่ผู้ขับขี่อีกด้วย

T100 มีน้ำหนักเบากว่า T120 และมีระยะห่างฐานล้อ มุม rake และรางยึดที่น้อยกว่ารุ่น T100 รุ่นก่อนหน้านี้ ลักษณะต่าง ๆ เหล่านี้ถูกนำมารวมเข้ากับความสูงของที่นั่งที่ไม่สูงมาก และตำแหน่งการขับขี่ที่ผ่อนคลาย ทำให้เป็นรถที่เข้าถึงได้ง่าย และขับขี่ได้ง่ายที่สุดเท่าที่ผู้ขับขี่ทุกคนเคยขี่มา

เพื่อช่วยเสริมการควบคุมรถที่ก้าวไปอีกขั้นของ T100 รถจักรยานยนต์รุ่นนี้จึงมาพร้อมชุดมาตรฐานยางรถ Pirelli Phantom Sportscomp ซึ่งได้รับการพัฒนามา สำหรับรถตระกูล Bonneville มาพร้อมกับความสามารถในการยึดเกาะถนนและการเปลี่ยนแปลงโปรไฟล์ลายดอกของยางหน้า ดอกยางหลังที่ลึกกว่าเดิมเพื่อการควบคุมรถที่ปลอดภัย และความทนทานที่ดีขึ้น

 

สไตล์ที่ได้รับแรงบันดาลใจ

Bonneville T100 ใหม่นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Bonneville ปี 1959 ในตำนาน ผสานเข้ากับสไตล์ที่มีการออกแบบให้โดดเด่นมากกว่าเดิม T100 จึงเป็นรถที่มีลักษณะโดดเด่นเป็นของตัวเอง เสริมแต่งด้วยอุปกรณ์ตกแต่งสุดพรีเมี่ยม และสัมผัสแห่งเอกลักษณ์แห่งวงการจักรยานยนต์อย่างแท้จริง

image

ข้อมูลจำเพาะ

  Bonneville T100 Bud Ekins Bonneville T120 Bud Ekins
ชนิดเครื่องยนต์ ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว 8 วาล์ว SOHC ช่วงจุดระเบิดเยื้อง 270° ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว 8 วาล์ว SOHC ช่วงจุดระเบิดเยื้อง 270°
ขนาดเครื่องยนต์ 900ซีซี 1200 ซีซี
กระบอกสูบx ช่วงชัก 84.6 x 80มม. 97.6 x 80 มม.
อัตราส่วนการอัด 10.55:1 10.0:1
กำลังสูงสุด 55 แรงม้าที่5900รอบต่อนาที 80 แรงม้าที่ 6,550 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 80นิวตันเมตร ที่  3230 รอบต่อนาที 105 นิวตันเมตร ที่  3,100 rpm รอบต่อนาที
ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ต่อเนื่องหลายจุด หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ต่อเนื่องหลายจุด
ท่อไอเสีย ท่อไอเสียขัดเงาแบบเข้า 2 ออก 2

มาพร้อมกับท่อเก็บเสียงคู่

ท่อไอเสียขัดเงาแบบเข้า 2 ออก 2

มาพร้อมกับท่อเก็บเสียงคู่

การส่งกำลังผ่านเกียร์ โซ่ X-ring โซ่ X-ring
คลัตช์ คลัตช์ควบคุมแรงบิดแบบเปียก พร้อมระบบช่วยผ่อนแรง และสายเคเบิ้ลควบคุม คลัตช์ควบคุมแรงบิดแบบเปียก พร้อมระบบช่วยผ่อนแรง และสายเคเบิ้ลควบคุม
ระบบเกียร์ 5 สปีด 6 สปีด
โครงรถ โครงเหล็ก (Tubular steel) โครงเหล็ก (Tubular steel)
สวิงอาร์ม โครงเหล็กแขนคู่อะลูมิเนียม โครงเหล็กแขนคู่อะลูมิเนียม
ล้อหน้า 32 ซี่ ขนาด 18 x 2.75 นิ้ว 32 ซี่ ขนาด 18 x 2.75 นิ้ว
ล้อหลัง 32 ซี่ ขนาด 7 x 4.25 นิ้ว 32 ซี่ ขนาด 17 x 4.25 นิ้ว
ยางหน้า 100/90-18 100/90-18
ยางหลัง 150/70 R17 150/70 R17
ระบบกันการสั่นสะเทือนหน้า โช้ค KYB ขนาด 41มม. ระยะยุบตัว120มม. โช้ค KYB ขนาด 41มม. ระยะยุบตัว120มม.
ระบบกันการสั่นสะเทือนหลัง โช้คหลังคู่ KYB ปรับระดับพรีโหลด

ระยะยุบตัว 120มม.

โช้คหลังคู่ KYB ปรับระดับพรีโหลด

ระยะยุบตัว 120มม.

ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว 310มม. คาลิปเปอร์ปั๊ม 2 สูบ Nissin, ระบบ ABS ดิสก์เบรกคู่ 310มม. คาลิปเปอร์ปั๊ม 2 สูบ Nissin, ระบบ ABS
ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว 225 มม. คาลิปเปอร์ปั๊ม 2 สูบ Nissin ระบบ ABS ดิสก์เบรกเดี่ยว 225 มม. คาลิปเปอร์ปั๊ม 2 สูบ Nissin ระบบ ABS
ความกว้างแฮนด์บังคับ 715 มม. 785 มม.
ความสูงไม่รวมกระจก 1,100 มม. 1,125 มม.
ความสูงเบาะนั่ง 790 มม. 785 มม.
ระยะฐานล้อ 1,450 มม. 1,445 มม.
มุม RAKE 25.5 º 25.5 º
ความยาว trail 104 มม. 105.2 มม.
น้ำหนักแห้ง 213 กิโลกรัม 224 กิโลกรัม
ความจุถังน้ำมัน 14.5 ลิตร 14.5 ลิตร
อุปกรณ์ เรือนไมล์พร้อมหน้าจอ LCD  มาพร้อมกับมาตรวัดความเร็วและมาตรวัดรอบเครื่องยนต์แบบอนาล็อก  ตัวบอกระยะทาง ไฟบอกตำแหน่งสถานะเกียร์ เกจวัดระดับน้ำมัน ไฟเตือนระดับน้ำมัน ไฟบอกสถานะการทำงาน นาฬิกาบอกเวลา การตั้งค่าเส้นทาง 2 แบบ อัตราการใช้น้ำมันเฉลี่ยและในปัจจุบัน สถานะของระบบควบคุมการยึดเกาะถนน สถานะโหมดตัวเรือนปีกผีเสื้อ สถานะปลอกแฮนด์ปรับความร้อน (อุปกรณ์เสริม) และความพร้อมของระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติซึ่งควบคุมด้วยปุ่มเลื่อนบริเวณแฮนด์บังคับ (อุปกรณ์เสริม) เรือนไมล์พร้อมหน้าจอ LCD  มาพร้อมกับมาตรวัดความเร็วและมาตรวัดรอบเครื่องยนต์แบบอนาล็อก ตัวบอกระยะทาง ไฟบอกตำแหน่งสถานะเกียร์ เกจวัดระดับน้ำมัน ไฟเตือนระดับน้ำมัน ไฟบอกสถานะการทำงาน นาฬิกาบอกเวลา การตั้งค่าเส้นทาง 2 แบบ อัตราการใช้น้ำมันเฉลี่ยและในปัจจุบัน สถานะของระบบควบคุมการยึดเกาะถนน สถานะโหมดตัวเรือนปีกผีเสื้อ สถานะปลอกแฮนด์ปรับความร้อน (อุปกรณ์เสริม) และความพร้อมของระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ซึ่งควบคุมด้วยปุ่มเลื่อนบริเวณแฮนด์บังคับ (อุปกรณ์เสริม)
อัตราการสิ้นเปลือง 3.8 ลิตร/100กิโลเมตร (74 MPG) 4.5 ลิตร/100กิโลเมตร (63 MPG)
อัตราการปล่อยแก๊ส CO2 89 กรัม/กิโลเมตร        103.0 กรัม/กิโลเมตร

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>