5 อันดับรถมือสองน่าใช้ ไม่โมก็แรงได้!!

used car

ปัจจัยในการเลือกซื้อรถ 1 คันสำหรับแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน ในครั้งนี้จะแบ่งเป็น 2 ประเภทคือรถใหม่และรถมือสอง รถทั้ง 2 แบบมีจุดดีที่ต่างกัน รถใหม่อาจจะต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในการซื้อแต่ได้ความสบายใจสามารถใช้ระยะยาวไม่ต้องมีปัญหาจุกจิกกวนใจเพียงแค่เข้าเช็คระยะตามคู่มือเท่านั้น ส่วนรถมือสองที่ตอนนี้จุดเด่นคือราคาลงมาเยอะมาก สาเหตุจากรถใหม่มีการกระหน่ำโปรโมชั่นต่างๆ ทำให้รถมือสองต้องลดราคาลงมาเพื่อให้ขายได้ ในการเลือกซื้ออาจจะต้องมีช่างหรือผู้เชี่ยวชาญช่วยเลือก ถ้าได้รถดีคุณเพียงแค่เติมน้ำมัน,เช็คระยะและเปลี่ยนอะไหล่ที่หมดวาระไปตามกาลเวลา ถ้าได้รถที่ใช้งานหนักอาจจะต้องใช้เงินและใช้เวลาในการเก็บสภาพรถให้พร้อมใช้งาน แต่ครั้งนี้เราจะตั้งงบ 100,000 บาทจะได้รถอะไรบ้าง

unnamed

BMW E36

BMW E36สำหรับในปี 2020 ถือเป็นรถที่ยังน่าใช้อะไหล่หาไม่ยากเพราะยังมีกลุ่มที่ใช้งานอยู่ไม่น้อย การตกแต่งสามารถวางเครื่องข้ามสายพันธ์ุมาวางเครื่องยนต์โตโยต้าตระกูล 6สูบเรียง JZ หรือ V8 UZ ก็ย่อมได้ แม้กระทั่งเครื่องยนต์ตระกูล 4 สูบ SR20DET หรือ RB 20/25/26 ก็ย่อมได้เช่นกัน แต่ถ้ารักที่จะแรงตรงรุ่นก็ต้องเครื่องตระกูล M-Power แล้วเสริมหล่อเก็บรายละเอียดเป็น M3 หรือจะเป็นชุดแต่ง AC schnitzer ซักชุด ก็หล่อสะดุดตาไม่แพ้กัน ปัจจุบันราคาของ BMW E36 เริ่มต้นที่ประมาณ 80,000 บาท

1993_Honda_Civic_Ferio_JP_02

EG

HONDA CIVIC EG

HONDA CIVIC EG สำหรับโฉมนี้ออกมา 3 ตัวถังด้วยกัน คือ Sedan , Hatch Back , Coupe ที่ฮอนด้าทำตลาดในไทยคือ ตัว Sedan  และ Hatch Back มีเครื่องยนต์ 1.5 คาร์บูเรเตอร์ , 1.6 หัวฉีด , 1.6 Vtec (Hatch Back มีเฉพาะ 1.5 คาร์บูเรเตอร์)ในการเลือกซื้อมือสองนั้น เน้นเป็นรถใช้งาน Sedan จะได้พื้นที่ของห้องโดยสารที่สะดวก สบายมากกว่า

Hatch Back เหมาะสำหรับนำมาแต่งจัดทรง ให้ลงตัว เรียกได้ว่ายังไปต่อได้และราคาไม่ตก

ข้อดีของ Honda ของแต่งมีให้เล่นเยอะมากเพราะโมเดลง EG มีจำหน่ายทั่วโลกทั้งตลาดญี่ปุ่น อเมริกา ซึ่ง civic eg สามารถ ยกเครื่องยนต์แทบจะทุกบล็อกของฮอนด้ามาวางได้เพราะที่อเมริกานิยมวางข้ามรุ่น บล็อก Z / B / D / H / F หรือแม้กระทั้ง K Series จึงมี Engine Mount แปลงได้หลายรุ่น ปัจจุบันราคาของ CIVIC EG เริ่มต้นที่ประมาณ 55,000 บาท

31

NISSAN CEFIRO A31

NISSAN CEFIRO A31 เป็นรถซีดานขับหลังโฉมท้ายๆที่ได้ในทำตลาดไทย โดยมีการเปิดตัวในปี 1990 และถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถหรู ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบ รหัส RB20E 12v 125 แรงม้า ส่งกำลังด้วย เกียร์ธรรมดา 5 สปีด, เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และ เครื่อง RB 20 DE  24V 155 แรงม้า  มีเฉพาะเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด
ปัจจุบันของ  CEFIRO A31 จะว่าเป็นรถที่ทนทาน ไม่จุกจิก และซ่อมได้ง่าย ในส่วนของแต่งและอะไหล่ของ A31 นั้นยังหาพอหาได้  หรือหากต้องการเปลี่ยนเครื่องในตระกูลนิสสัน สามารถวาง RB 20 DET ,  RB25 DE ,RB 25 DET , RB26 DET และวางเครื่องข้ามตระกูลเป็น 1JZ GE , 2JZ GE , 2JZ GET ได้ ปัจจุบัน ราคาของ CEFIRO A31 นั้นเริ่มต้นประมาณ 80,000 บาท

Toyota_corolla_ae100_lxlimitedsaloon_1_f

Toyota Corolla AE101

Toyota Corolla AE101 บ้านเราจะรู้จักในชื่อ “สามห่วง” เปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1991 ในตลาดเมืองไทยเปิดตัวด้วยรุ่นเครื่องยนต์ 1.3 ลิตร รหัส 2E จ่ายเชื้อเพลิงด้วยคาร์บูเรเตอร์ และเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร หัวฉีดในรหัส 4A-FE

อะไรที่ทำให้ AE101 ถึงยังน่าใช้อยู่อันดับแรกอะไหล่เครื่องยนต์และช่วงล่างยังหาได้อยู่ เครื่องยนต์จะว่างรหัส 4E-FE หรือ 4E-FTE เครื่องยนต์บล็อกนี้ปรับระบบจ่ายเชื้อเพลิงมาใช้ระบบหัวฉีดยิ่งเครื่อง 4E-FTE จะมีระบบอัดอากาศช่วยให้มีอัตราเร่งที่ดีขึ้น หรือถ้าจะเน้นใช้งานชีวิตประจำวันส่วนใหญ่จะวางเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร ตระกูล 4A ทั้ง 4A-FE บล็อกนี้โดดเด่นเรื่องความประหยัดและความทนทานสามารถติดแก๊สได้เพราะเครื่องยนต์บล็อกนี้เป็นเหล็กทั้งตัวเหนียวหายห่วง

ถ้าไม่เน้นประหยัดอยากขับสนุก 4AGE 20v. ทั้งฝาดำ ฝาเทา เกียร์ธรรมดา 5 สปีดหรือเกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือถ้าจะไปให้สุดยังมีตระกูล 3S ทั้ง FE / GE / GTE ซึ่งมีอู่ในไทยทำอยู่แรงๆทั้งนั้น การตกแต่งจะทำเป็นตัวนอก Trueno หรือ Levin อาจจะต้องขยันหาของกันหน่อยเพราะมีกลุ่มคนที่ยังชื่อชอบในโมเดลนี้อยู่ ปัจจุบันราคาเริ่มต้นประมาณ 50,000 บาท

mitsubishi-mivec-14

Mitsubishi Lancer CK2 (ท้ายเบ็นซ์)

Mitsubishi Lancer CK2 (ท้ายเบ็นซ์) รถที่คนไทยคุ้นเคยกับค่ายมิตซูบิชิคงหนีรุ่น Lancer ไปไม่พ้นเพราะเป็นรถที่ใช้งานสามารถใช้งานทั่วไปได้อะไหล่เยอะ ยิ่งในรุ่น CK2 หรือที่รู้จักกันในชื่อท้ายเบ๊นซ์ เปิดตัว 1995-2000 ทำไมถึงเรียกท้ายเบ๊นซ์ เพราะไฟท้ายของ CK2 จะเหมือนกับ Mercedes-Benz รุ่น C220 ในช่วงปีเดียวกันนั่นเองครับ CK2 เปิดตัวด้วยรุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เกียร์ธรรมดา และเครื่องยนต์ 1.8 ลิตรที่มีเกียร์อัตโนมัติ invecs-II สะดวกสบายในการขับขี่ในเมือง อะไหล่ช่วงล่างยังหาได้อยู่สามารถเทียบอะไหล่นอกศูนย์ได้ ส่วนการเพิ่มสมรรถนะให้กับตัวรถก็เริ่มต้นด้วยการวางเครื่อง 1800 ซีซี รหัส 4G93 Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 205-215 แรงม้า หรือจะขยับเป็น 4G63 ที่มาจาก Evolution แรงม้าเริ่มต้น 250-280 แรงม้า ส่วนการเสริมหล่อ มักจะแต่ไปแนว Evolution IV เน้นเป็นการย้ายของจากหัวตัดมาจากรถอีกคัน เพราะปัจจุบัน กรมการขนส่งทางบกไม่รับจดทะเบียนรถนำเข้าทุกรูปแบบ ส่วนราคาของ Mitsubishi Lancer CKII เริ่มต้น50,000 บาท

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>