6 สิ่งต้องเชค ให้รถพร้อม เพื่อความปลอดภัย ก่อนออกเดินทาง

99006187_545390359443896_8337288573946429440_n
แม้ว่าในการออกเดินทางทุกครั้ง เรามักจะเตรียมทุกอย่างให้พร้อมอยู่แล้ว ทั้ง เก็บกระเป๋าเดินทาง วางแผนการท่องเที่ยว หรือ เตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับเดินทาง แต่สิ่งที่สำคัญที่ต้องเตรียมให้พร้อมเลยก็คือ รถยนต์ของคุณ ที่ต้องทำหน้าที่พาเราไปยังสถานที่ต่างๆ และ เพื่อความสนุก ขับขี่มั่นใจ และปลอดภัยตลอดการเดินทาง วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ ในการเตรียมรถให้พร้อมสำหรับออกเดินทางมาฝากกันค่ะ

เชคของเหลวทั้งหมดในรถยนต์ให้พร้อม

เชคของเหลวทั้งหมดในรถยนต์ให้พร้อม

เชคของเหลวทั้งหมดในรถยนต์ให้พร้อม

ก่อนออกเดินทางควรตรวจสอบของเหลวทั้งหมดในรถให้พร้อม ตรวจเช็คระดับน้ำมันเครื่อง ดูที่ตำแหน่งจุดตรวจสอบน้ำมันเครื่อง จะมีก้านพลาสติกอยุ่ ให้ดูว่าอยู่ในตำแหน่ง L( Low )หรือเปล่า ถ้าใช่ ก็ควรรีบเติมด่วน และ ควรเชคหม้อน้ำในตัวรถที่อยู่ในเครื่องยนต์ ดูว่าในระบบหล่อเย็นยังทำงานดีอยู่ไหม หรือน้ำในหม้อน้ำยังมีน้ำอยู่ไหม รวมถึงเชคน้ำมันเบรค, น้ำมันคลัทช์, น้ำมันเกียร์ หรือน้ำมันพาวเวอร์ ซึ่งมีผลในการควบคุมพวงมาลัย และ น้ำยาแอร์ หรือแม้กระทั่งระดับน้ำฉีดกระฉกด้วยนะคะ ถ้าไม่รู้ว่าจุดไหนคืออะไร แนะนำเปิดคู่มือของรถเลย ในนั้นมีบอกไว้อย่างละเอียด

 ตรวจสอบเชคสภาพของยาง

ตรวจสอบเชคสภาพของยาง

ตรวจสอบเชคสภาพของยาง

ในการเดินทาง ยางรถยนต์นั้นก็สำคัญ ดอกยางเป็นตัวช่วยให้รถยึดเกาะถนน ถ้าดอกยางเหลือน้อย จะส่งผลให้รถยนต์สูญเสียการควบคุม โดยเฉพาะเมื่อเวลาเจอถนนลื่น เพราะฉะนั้น ควรเช็คยางก่อนออกเดินทางนะคะ หมั่นดูความเสื่อมของดอกยาง เชคสภาพร่องลึกของดอกยาง เพราะจะทำให้เรารู้ว่ายางรถเรายังมีประสิทธิภาพหรือไม่ หรือ ทำให้รู้ว่าเมื่อไรที่จะต้องเปลี่ยนยางใหม่แล้ว และควรเชคลมยางอย่างสม่ำเสมอ ว่าลมยางอยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือไม่ ไม่ควรน้อยหรือมากเกินไปนะคะ

เชคอุปกรณ์ฉุกเฉิน ที่ควรมีติดรถไว้ เตรียมให้พร้อมเผื่อยามฉุกเฉิน

เชคอุปกรณ์ฉุกเฉิน ที่ควรมีติดรถไว้ เตรียมให้พร้อมเผื่อยามฉุกเฉิน

เชคอุปกรณ์ฉุกเฉิน ที่ควรมีติดรถไว้ เตรียมให้พร้อมเผื่อยามฉุกเฉิน

สำหรับเหตุฉุกเฉินแล้ว มักจะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่คาดถึง และคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นแน่นอน แต่การเดินทางก็ต้องเจอกับสภาวะอากาศ แปรปรวณอยู่ตลอด ทั้งแดด ลม และ ฝน จนบางครั้งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุกระทันหันได้ การมีอุปกรณ์ฉุกเฉิน อาทิ กล่องอุปกรณ์ซ่อมรถยนต์ ไฟฉาย ป้ายสามเหลี่ยมสะท้อนแสงสายพ่วงแบตเตอร์รี่ ยางอะไหล่ ชุดปะยางฉุกเฉิน ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น และ พาวเวอร์แบงค์เผื่อแบตโทรศัพท์หมด สิ่งเหล่านี้มีไว้ติดรถยนต์ จำเป็นอย่างยิ่งเมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น

เชคไฟรถและสัญญาณไฟ ในทุกตำแหน่งของรถยนต์

เชคไฟรถและสัญญาณไฟ ในทุกตำแหน่งของรถยนต์

เชคไฟรถและสัญญาณไฟ ในทุกตำแหน่งของรถยนต์

สำหรับการเดินทาง ไฟสัญญาณของรถยนต์นั้นสำคัญมาก เพราะเป็นการส่งสัญญาณบอกรถคันอื่นแทนคำพูด และเพื่อเป็นการลดการก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ควรเชคไฟให้พร้อมก่อนออกเดินทาง ซึ่งวิธีที่ง่ายและรวดเร็ว คือ หาเพื่อนอีกหนึ่งคน เข้ามาช่วยดูไฟรอบๆรถ ในขณะที่เราทดสอบ เปิด-ปิดไฟอยู่ในรถ ให้เพื่อนดูว่าไฟที่เราเปิดนั้นติดหรือไม่นะคะ โดยเชคที่ ไฟหน้ารถ ไฟสูง ไฟท้าย ไฟเลี้ยวของทั้งสองข้าง ซ้ายและขวา หน้าและหลัง และไฟเบรคทั้งสองข้าง เราควรเช็คให้ดีๆ ว่าไฟนั้นติด และ พร้อมใช้งานหรือไม่ เพราะถ้าหากไฟเสียหรือขาดจะได้รีบหาทางซ่อมก่อนออกเดินทางนะคะ

96108861_1950717948394944_3293374132229505024_o

เชคความสะอาดของรถยนต์

เชคความสะอาดของรถยนต์

การที่เราทำความสะอาดรถยนต์นั้น จะช่วยลดคราบฝังแน่นของคราบก่อนหน้านั้นด้วย ซึ่งสิ่งที่จำเป็นที่ต้องทำความสะอาดเลย คือ กระจกรถนั้นเอง เราควรเช็ดให้สะอาด ให้มีคราบน้อยที่สุด เพื่อการมองเห็นที่ดีค่ะ จะช่วยเสริมวิสัยทัศในการมองเห็นของคนขับได้ดี ชัดเจนยิ่งขึ้นนะคะ และอย่าลืมเชคที่ปัดน้ำฝนด้วย ตรวจสอบดูว่ายางของที่ปัดน้ำฝนนั้น เสื่อมสภาพแล้วหรือไม่ โดยสังเกตุได้ง่ายๆเลย จากการที่เราลองใช้ปัดน้ำฝนแล้วยังคง มีรอยเปื้อน เป็นคราบๆอยู่ แสดงว่ายางปัดน้ำฝนเริ่มเสื่อมสภาพแล้วนะคะ เพราะฉะนั้นควรเปลี่ยนก่อนออกเดินทางค่ะ

เช็คแบตเตอรี่รถยนต์

เช็คแบตเตอรี่รถยนต์

เช็คแบตเตอรี่รถยนต์

แบตเตอรี่รถยนต์ ก็เป็นสิ่งที่เราต้องควรหมั่นสังเกตให้ดี ว่าแบตเตอรี่รถยนต์ของเรานั้นมีการเสื่อมสภาพหรือไม่ เพราะถ้าหากแบตเตอรี่รถยนต์หมดแล้วละก็ รถยนต์เราก็จะสตาร์ทไม่ติด ส่งผลทำให้หมดโอกาสที่จะออกเดินทางไปด้วยเลยนะคะ และถ้ายิ่งรถยนต์ของใคร จอดทิ้งเอาไว้ ไม่ได้ใช้ขับนานๆแล้วเนี่ย ควรเชคแบตเตอรี่รถยนต์ของตนเอง ล่วงหน้า1-2 วัน ก่อนออกเดินทางนะคะ เพราะถ้าเกิดมีปัญหาขึ้นมา จะยังคงมีเวลาในการซ่อมค่ะ และทันเวลาในการเดินทางตามแพลนของเราค่ะ  โดยวิธีการเชคเบื่องต้น คือ ต้องใช้เครื่องมือการวัดโวลต์ของแบตเตอรี่ของรถยนต์ มาวัด เพื่อเชคว่าไฟยังคงทำงานปกติอยู่หรือไม่ หรือถ้าเราคาดว่ามียุ่งยาก ขอแนะนำว่า ให้นำรถยนต์ไปเข้าศูนย์รถยนต์ใกล้บ้าน หรืออู่รถยนต์ที่เราไว้ใจ ในการตรวจแบตเตอรี่ เพื่อความชัวร์ ได้เลยนะคะ


การเตรียมรถยนต์ให้พร้อมเพียงเท่านี้  จะช่วยให้การเดินทางของเรานั้น สามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจ และ รู้สึกปลอดภัยสำหรับทรัพย์สินของเรา และ เพื่อนร่วมเดินทางนะคะ

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>