First Impression – Bajaj 4 โมเดลใหม่

Vroom_Test Driver_11

ถือเป็นครั้งแรกที่ทีมงาน GT-R MAXx ได้มีโอกาสทดลองขับขี่มอเตอร์ไซค์แบนด์น้องใหม่อย่าง Bajaj ที่มีการเปิดตัวไม่นานมานี้ โมเดลแรกที่ต้นสังกัดได้นำเข้ามาลุยตลาดเมืองไทยก็คือ NS160 Pulsar, NS200 Pulsar,RS200 Pulsar และ Dominar400  วางราคาไว้ตั้งแต่ 69,800-115,000 บาท

Vroom_Test Driver_08

ในการลองขี่ครั้งนี้ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง ระยะทางรวม 446 กิโลเมตร ออกสตาร์ทจากโชว์รูมย่านลาดพร้าว เริ่มต้นทริปด้วยรุ่น NS160 Pulsar เป็นสตรีทไบค์รุ่นเริ่มต้น ที่ออกแบบมาให้คุ้มค่าคุ้มราคาด้วยเครื่องยนต์ 160 ซีซี 4 วาล์ว 2 หัวเทียน จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด ไม่ใช่เพียงเครื่องยนต์ 160 ซีซีเท่านั้น เพราะด้วยน้ำหนักเบาทำให้ควบคุมได้ง่าย รวมไปถึงโชํคฯหลัง Nitrox ที่มีซับแทงค์ ซับแรงได้เป็นอย่างดีไม่มีอาการสะเทือนมาถึงผู้ขับขี่ ความเร็วปลายไปได้ถึง 127 กม./ชม.

Vroom_Test Driver_04

สลับมาขี่ RS200 Pulsar รูปลักษณ์แบบสปอร์ตทัวริ่งที่มีแฟริ่งด้านหน้าช่วยในแหวกอากาศช่วงเดินทางดีไซน์ล้ำพร้อมมไฟหน้าแบบ Projector ส่องสว่างเป็นอย่างดีระบบบังคับเลี้ยวแบบจับที่หัวโช๊คทีมีการยกสูงขึ้นเล็กน้อยทำให้ผู้ขี่ไม่ต้องโน้มตัวมากเกินไป จัดวางท่านั่งอย่างลงตัวตำแหน่งวางเท้าแบบรถกึ่งสปอร์ต ขุมพลังของ RS200 Pulsar และ NS200 Pulsar เป็นเครื่องยนต์สูบตั้งความจุ 200 ซีซี 4 วาล์ว 3 หัวเทียนจ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด และระบายความร้อนด้วยน้ำ เครื่องยนต์บล็อกนี้ได้อานิสงค์มาจากการที่ Bajaj ได้เข้าไปถือหุ้นของ KTM ทำให้ Bajaj มีสิทธิ์เข้าถึงเทคโนโลยีของ KTM สุ้มเสียงที่คุ้ยเคยกับพละกำลังส่งออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรอบปลายได้ไหลขึ้นอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนเกียร์ช่วงชิพไลท์ ความเร็วปลายทำได้ที่ 143กม./ชม. ส่วนโมเดล NS200 Pulsar ใช้ดีไซน์ร่วมกับ NS160 Pulsar แต่ได้พละกำลังที่จัดจ้านยิ่งขึ้นเป็นโมเดลที่ตอบสนองทันใจอัตราเร่งดุดัน

Vroom_Test Driver_06

รุ่นใหญ๋ที่สุดของทริปนี้ต้องยกให้ Dominar400 รถเน็คเก็ตที่เปิดตัวที่บ้านเกิดไม่นานนัก รูปร่างบึกบึนดุดันน้ำหนักตัว 187 กิโลกรัม น้ำหนักตัวใกล้เคียงกับรถตระกูล 500 ดีไซน์ทันสมัยไฟหน้าแบบ led โช๊คหน้าแบบหัวกลับ ขนาดแกน 43 มม. ระบบบังคับเลี้ยวแบบแฮนด์บาร์ช่วยให้ควบคุมรถได้ง่าย การจัดวางท่านั่งแบบเนคเก็ตไบค์หลังไม่ก้มแขนไม่ตึงขี่ทางไกลไม่เมื่อยล้ามากนัก เครื่องยนต์ 400 ซีซี สูบตั้ง 4 วาล์ว DOHC หัวเทียน 3 หัว แบบ Digital Triple Spark ignition ผลิตพละลกำลังออกมาได้มากถึง 40 แรงม้า ขุมพลังนี้อยู่ใน Duke390 มั่นใจได้ว่าจะลากบอดี้เฉียด 200 กิโลกรัมได้สบายๆ อัตราเร่งดึงแบบรถทีมีทอร์คหนักๆตั้งแต่ 5,000 รอบขึ้นไปคุณจะสัมผัสแรงดึงมหาศาลและจะดึงอย่างต่อเนื่องจนไปตันอยู่ที่ 160 กม/ชม ซึ่งสามารถไหลต่อได้อีก แต่ด้วยสภาพการจราจรที่เริ่มมีรถสะสมต้องกลับมาใช้ความเร็วเดินทางตามปกติ

Vroom_Test Driver_02

GT-R Comment : สำหรับรถทั้ง 4 โมเดลของ Bajaj มีบุคคลิกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน NS160 Pulsar เหมาะกับการใช้งานในเมือง เครื่องยนต์ทนทาน เพราะในทริปรุ่นนี้จะต้องเฆี่ยนตามรุ่นพี่ให้ทันขบวนจำเป็นต้องใช้รอบสูง บิดหมดปลอกทางยาวกำลังไม่มีตก แถมเครื่องระบายลมก็ดูแลง่าย ส่วน NS200/RS200 Pulsar เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความเป็นสปอร์ตเพราะเครื่องยนต์บล็อกนี้ตอบสนองในรอบสูง ชนิดที่ถ้าคุณเปลี่ยนเกียร์ไม่ทันรอบตัดแบบไม่ทันตั้งตัว ส่วนโมเดลพี่ใหญ่แว่บแรกเราคิดว่าต้องขี่ยากเพราะดูสเปกแล้วน้ำหนักตัวเกือบ 200 โล แต่ความหนัดกลับเป็นจุดที่ช่วยกดตัวรถให้ติดกับบถนน เพราะขุมพลัง 400 ซีซีถ้าอยู่ในบอดี้เบากว่านี้อาจจะยกล้อได้ทุกเกียร์ผนวกกับยางใหม่ Michelin Road5 ที่ไว้ใจได้ว่าพาเข้าออกโค้งอย่างสมูธ แต่ด้วยความเป็นรถเนคเกตทำให้โดนลมปะทะค่อนข้างเยอะช่วงเร็วสูงจึงมีโอกาสเหนื่อยล้าจากการเดินทางได้ง่ายแก้ปัญหาด้วยการใช้ความเร็วปกติและพักบ่อยๆ 

Vroom_Test Driver_14

ราคาของ Bajaj ทั้ง 4 โมเดล

  • NS 160 Pulsar 69,800 บาท
  • NS 200 Pulsar 79,800 บาท
  • RS 200 Pulsar 89,800 บาท
  • Dominar 400 115,000 บาท

*** Special Thank – ขอขอบคุณ VROOM Thailand ที่เชิญมาทดลองขี่รถทั้ง 4 รุ่น ของ Bajaj ***

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>