First Impression : 2018 Harley-Davidson Heritage Softail

DSC_0838

หลังจากเปิดตัวของ 2018 Harley-Davidson Softail แบบ World Premire ในช่วงเดือนสิงหาของปีที่ผ่านมากับรูปลักษณ์ใหม่หมดของรถตระกูล Softail การเปิดตัวครั้งนั้นมีทั้งหมด 8 รุ่น ประกอบไปด้วย

  • 2018 Harley-Davidson Softail Slim
  • 2018 Harley-Davidson Heritage Classic 107/114
  • 2018 Harley-Davidson Deluxe
  • 2018 Harley-Davidson Street Bob
  • 2018 Harley-Davidson Low Rider
  • 2018 Harley-Davidson Breakout 107/114
  • 2018 Harley-Davidson Fatboy 107/114
  • 2018 Harley-Davidson Fatbob 107/114

DSC_0827

    ซึ่งทั้งหมดก็ได้นำมาเปิดตัวในเมืองไทยในช่วงงานมอเตอร์เอ็กโป 2017 โดยจุดเด่นของรถในตระกูล Softail 2018 จะเป็นการใช้แชสซีใหม่ที่มีน้ำหนักเบาลงถึง 16 กิโลกรัม แต่ยังคงความแข็งแรงเอาไว้ วางเลย์เอ้าท์ของโช๊คฯให้วางตามยาวของตัวรถ อยู่บริเวณกึ่งกลางมากที่สุด พร้อมกับจุดปรับความหนืดอยู่ในตำแหน่งปรับได้สะดวก (ในแต่ละรุ่นจะอยู่ในจุดที่ต่างกัน) สำหรับการขับขี่ครั้งนี้ทีมงาน GT-R Maxx ได้มีโอกาสมาทดลองขับ Heritage Classic ต้องขอขอบคุณ AAS Harley-Davidson of Bangkok มา ณ.ที่นี้ครับ

DSC_0833

    ไปดูรายละเอียดของ Harley-Davidson Haritage Classic 2018 กันดีกว่าครับ ประวัติโดยย่อของ Haritage Classic เปิดตัวครั้งแรกในปี 1986 จุดเด่นของรถรุ่นนี้อยู่ที่การใช้ไฟหน้า 3 ดวง, ชิลหน้าขนาดใหญ่ และล้อซี่ลวด สำหรับในเวอร์ชั่นปี 2018 ก็ยังจุดเด่นนี้เอาไว้ โดยไฟหน้าปรับมาใช้ ไฟแบบ LED ทั้ง 3 ดวง และไม่ลืมที่จะติดตั้งไฟ Daytime Running Light ไว้ที่ชุดไฟหน้า ถัดมาเป็น Windshield บังลมหน้าขนาดใหญ่ที่ช่วยตัดลมขณะเดินทางไกล ระบบบังคับเลี้ยวใช้แฮนด์บาร์ทรงสูง ส่วนมาตรวัดวงกลมบอกความเร็ว(เข็ม), ไฟบอกเกียร์, วัดรอบ(ดิจิตอล), จำนวนเชื้อเพลิง ถัดมาเบาะนั่งสองชิ้น เบาะนั่งผู้ซ้อนจะสูงกว่าผู้ขับขี่เล็กน้อย ส่วนความจุถังน้ำมัน 19.1 ลิตร และน้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 330 กิโลกรัม

DSC_0830

    ทางด้านขุมพลังของ Harley-Davidson Haritage Classic 2018 ใช้ขุมพลังใหม่อย่าง Milwaukee-eight 107 cu.in (1,745 ซีซี) และ 114 cu.in (1,868 ซีซี) รุ่นที่ได้ลองขี่คือ 114 เป็นเครื่องยนต์ วีทวิน ความจุ 1,868 ซีซี 8 วาล์ว (4 วาล์วต่อสูบ) แบบ OHV (Over Head Valve) หรือ Push Rod (ก้านกระทุ้ง) อัตราส่วนกำลังอัดอยู่ที่ 10.5:1 จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด ESPFI – Electronic Sequential Port Fuel Injection แรงบิดสูงถึง 161 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านชุดเกียร์ 6 สปีด ระบบกันสะเทือนหน้า-หลังจาก Showa ด้านหน้าเป็นแบบ Cartridge ด้านหลังเป็นโช๊คเดีี่ยว วางตามยาวของตัวรถสามารถปรับตั้งค่าความหนืดได้ ล้อเป็นแบบซี่ลวดขนาด 16 นิ้วทั้งล้อหน้า-หลัง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Harley-Davidson Heritage Classic ล้อหน้าติดตั้งยางขนาด 130/90 R16 ควบคู่กับระบบดิสก์เบรคกับคาลิปเปอร์ 4 พอท ส่วนล้อหลังติดตั้งยางขนาด 150/80 R16 ดิสก์เบรกกับคาลิปเปอร์ 2 พอท

DSC_0851

    สำหรับเส้นทางในการลองขับขี่ครั้งนี้อยู่บนถนนวิภาวดี-รังสิต มาเริ่มกันที่ท่านั่งของ Heritage Classic ออกแบบให้มีความสบายขระเดินทางเบาะนั่งนุ่ม ขายืดไปด้านหน้า แฮนด์บาร์อยู่ในท่าทางที่โน้มหาผู้ขับขี่ ด้วยน้ำหนักตัวที่มากถึง 3 ร้อยกิโลกรัม อาจจะหนักไปสักหน่อยขณะจอดนิ่ง แต่เมื่อเคลื่อนตัวออกไปแล้วน้ำหนักจะช่วยในการขับขี่ให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น เครื่องยนต์ Milwaukee-eight ที่เป็นเครื่องยนต์พื้นฐานของรถตระกูล Softail  ยังคงเหนียวแน่กับเครื่องยนต์วีทวิน ขับวาล์วทั้ง 8 ตัว (4 วาล์วต่อสูบ) ด้วยก้านกระทุ้ง (Push Rod) กับความจุมากถึง 1,868 ซีซี สุ้มเสียงที่ออกมาจากปลายท่อแบบ 1 ต่อ 1 (1 สูบ 1 ท่อไอเสีย)

DSC_0833

มีความทุ้มนุ่มและดุดัน คลัชท์ไม่แข็งจนเกินไป ด้วยความที่เครื่องยนต์มีแรงบิดสูงจึงสามารถตัวได้ที่เกียร์ 2 หากผลีผลามกดคันเร่ง ล้อหลังจะมีอาการฟรีทิ้งทันทีครับ ทาง Harley-Davidson ได้เคลมว่าแรงสั่นสะเทือนที่ออกมาจากเครื่องยนต์บล็อกนี้จะลดลงไปมากซึ่งจากการลองขี่ช่วงสั้นๆ นอกจากแรงสั่นที่ลดลงความร้อนจากเครื่องยนต์ก็น้อยลงเช่นกัน ความคล่องตัวขณะลัดเลี้ยวผ่านการจราจรช่วงบ่ายไปได้เรื่อยๆครับเพราะตัวรถนั้นค่อนข้างยาวแฮนด์กว้าง หลุดการจราจรเพิ่มความเร็วในขณะที่อยู่เกียร์ 5 เพียงเปิดคันเร่งเบา ตัวรถที่ดูอุ้ยอ้ายก็พริ้วไปโดยปริยายโดยไม่จำเป็นต้องเชนจ์เกียร์ต่ำลงนี่คือเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์วีทวิน ชิวหน้าขนาดใหญ่ช่วยตัดลมขณะเดินทางไกลสามารถติดตั้งได้ด้วยตัวเอง  ระบบกันสะเทือนซับแรงได้เป็นอย่างดี ไม่มีอาการสะเทือนมาถึงผู้ขับขี่เลยแม้แต่น้อย ที่สำคัญโช๊คฯหลังของ Heritage Classic สามารถปรับตั้งค่าความหนืดได้ ปุ่มปรับจะอยู่ใต้เบาะนั่ง และระบบเบรคที่ติดมากับตัวรถเพียงพอต่อการใช้งาน

DSC_0766

GT-R Comment : สำหรับการทดลองขับขี่ Harley-Davidson Heritage Classic 2018 แรกพบต้องบอกว่าเป็นรถที่ดูใหญ่โต พอได้ขับขี่รูปร่างที่ใหญ่โตกลายเป็นข้อดีคือความั่นคงขณะเดินทางไกล อัตราเร่งดี ช่วงเกียร์ 1-2 ถ้าเปิดคันเร่งหนักคุณจะต้องเป็นคนที่มือ-เท้าไว เพราะแรงบิดมหาศาลที่มาอย่างต่อเนื่อง แถมอยู่ในเกียร์ปลาย 5-6 เปิดคันเร่งเบาๆ เครื่องยนต์ก็พร้อมตอบสนองทันทีทำให้ผมแอบชอบเครื่องยนต์วีทวินขึ้นมาเล็กน้อย

DSC_0807

ราคาของ 2018 Harley-Davidson Heritage Classic

  • Heritage Classic                                                        1,459,000
  • Heritage Classic 114                                                 1,619,000

Special Thank

  • ขอบคุณ AAS Harley-Davidson Of Bangkok ที่ให้โอกาสทดลองขับขี่ 2018 Harley-Davidson Heritage Classic

Image Gallery

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>