First Ride : Honda CB150R โมเดิร์นคาเฟ่ สเป็คไม่ธรรมดา

OVR_8961

สำหรับทริปทดลองขับขี่ของ Honda CB150R ถือเป็นกรุ๊ปแรกของเมืองไทยเลยก็ว่าได้ครับ ที่ได้สัมผัสรถรุ่นนี้ ซึ่งสนามที่ทดลองขับขี่ก็เป็นสนาม Honda R&D Asia Pacific Prachinburi Proving Ground เป็นสนามทดสอบรถรุ่นใหม่ของทางฮอนด้า ค่อนข้างเข้มงวดในการเก็บภาพทำให้การทดลองขับครั้งนี้มีภาพไม่มากนัก ซึ่งถ้ามีโอกาสนำรถมาทดลองขับแยกเดี่ยวจะนำภาพมาให้ชมอย่างจุใจ แต่ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับ Honda CB150R รุ่นใหม่กันก่อนเลยครับ

DSC_0037

ไฟหน้า LED

รูปลักษณ์ภายนอกของ CB150R จะเป็นแบบ Modern Cafe โดยรวมตัวรถจัอยู่ในหมวดรถเปลือยอก (Naked Bike) ไฟหน้า Led ทรงกลม ส่วนไฟท้ายเป็น Led อีกเช่นกัน ออกแบบเฟรมใหม่ให้รวมน้ำหนักไว้ที่ตรงกลางตัวรถ เพื่อให้การควบคุมตัวได้อย่างคล่องตัว ส่งผลให้มีวงเลี้ยวแคบที่สุดเพียง 2.2 เมตร ระบบบังคับเลี้ยวเลือกใช้แบบแฟท บาร์ (Fat Bar) เป็นแฮนด์ที่อยู่ใน CRF1000L Africa Twin และ X-ADV ถัดมาทางมาตรวัดเป็นแบบ Full Digital ที่บอกข้อมูลได้อย่างครบถ้วน ทั้งวัดรอบเครื่องยนต์, วัดความเร็ว, ไฟบอกเกียร์, ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง  พร้อมติดตั้ง Shift Light เตือนให้เปลี่ยนเกียร์ในรอบที่เหมาะสม ส่วนทางด้านเบาะนั่งเป็นแบบ ชิ้นแยกส่วนผู้ขับขี่และคนซ้อน

DSC_0042

เครื่องยนต์ 150 ซีซี DOHC 4 วาล์วพร้อมท่อไอเสียทรงสั้น

ซึ่งทางด้านเครื่องยนต์ของ CB150R ใช้เครื่องยนต์สูบตั้งความจุที่ 149 ซีซี 4 วาล์ว DOHC จ่ายเชื้อเพลิงแบบหัวฉีด PGM-Fi ระบายความร้อนด้วยน้ำ ส่งกำลังเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ควบคุมการจุดระเบิดล่วงหน้าด้วยคอมพิวเตอร์ ท่อไอเสียดีไซน์ใหม่ให้สั้นและเป็นการรวมน้ำหนักที่ตรงกลางรถ ระบบกันสะเทือนหน้าแบบหัวกลับขนาดใหญ่ 41 มม. จาก Showa ระบบกันสะเทือนหลังใช้สวิงอาร์มถอดแบบมาจากรถ Bigbike โดยใช้วัสดุแข็งแรงและเบา จับคู่กับโช๊คอัพเดี่ยวที่สามารถปรับตั้งค่าความหนืดได้ ส่วนล้อแม็กลายใหม่ 5 ก้านรูปตัว Y ที่ติดตั้งคาลิเปอร์เบรกแบบ 4 พอท โดยยึดกับล้อแม็กซ์แบบเรเดียลเมาท์ จับกับจานเบรกขนาด 296 มม. แบบแยกชิ้น ติดตั้งระบบกันล้อล็อค ABS ทำงานร่วมกับ G-Sensors เพื่อปรับแรงดันน้ำมันให้เหมาะสม ติดตั้งยางขนาด 110/70-17 ล้อหลังติดตั้งยางขนาด 150/60-17 ถังน้ำมันมีความจุ 8.5 ลิตร ทำให้มีน้ำหนักตัว 123 กก. (รุ่นมาตรฐาน) และ 125 กก. (รุ่น ABS) ถึงแม้รูปร่างของเครื่องยนต์อาจจะคล้ายกับ CBR150R แต่เมื่อดูสเป็คและรายละเอียดปลีกย่อยพบว่ามีจุดต่างกันมากจนเรียกได้ว่าเป็นเครื่องยนต์คนละบล็อกก็ไม่ผิดนัก มาดูกันครับว่าจุดต่างของเครื่องยนต์มีอะไรบ้าง

DSC_0069

สวิงอาร์ม+ท่อไอเสียทรงสั้น

  • ความกว้างกระบอกสูบอยู่ที่ 57.3 มม.
  • เพิ่มระยะชักเป็น 57.843 มม. (CBR150R ระยะชัก 47.2 มม.)
  • กำลังอัดที่สูงถึง 11.3 : 1 (CBR150R กำลังอัดอยู่ที่ 11:1)
  • ลูกสูบเคลือบสารโมลิบดินั่ม
  • ปลอกเสื้อสูบ มีผิวขรุขระ เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อน
  • กระเดื่องวาล์วแบบใหม่ Roller Unitcam
  • ผ้าคลัชท์เพิ่มความหนา 11%
DSC_0048

แฮนด์บาร์ที่ช่วยในการควบคุมรถเป็นอย่างดี

DSC_0043

มาตรวัดแบบ Full Digital บอกรายละเอียดได้อย่างครบถ้วน

เมื่อทำความรู้จักกับ Honda CB150R เป็นที่เรียบร้อยก็เข้ามาในส่วนของการลองขับกันบ้างครับ โดยท่านั่งของ CB150R ออกแบบให้น้ำหนักอยู่ตรงกลางตัวรถมากที่สุด การวางเท้าอยู่ในตำแหน่งที่ขับขี่ได้สบาย ระบบบังคับเลี้ยวติดตั้งแฮนด์บาร์ที่ไม่กว้างจนเกินไปส่งผลถึงท่านั่งที่ไม่ต้องก้มควบคุมรถได้อย่างคล่องตัวเวลาเข้าขับขี่ในเมือง สำหรับการทดลองขี่ในสนาม Honda R&D Asia Pacific Prachinburi Proving Ground จะมีทั้งหมด 3 สถานี ประกอบไปด้วย

DSC_0045

  1. Straigth Course (สถานีทดลองอัตราเร่งทางตรงและระบบเบรค) เสียงเครื่องยนต์ที่ออกจากท่อไอเสียทรงสั้น เสียงแน่นและดุดัน คลัชท์มือที่ตั้งจากโรงงานไม่ต้องใช้แรงมาก กำคลัชท์ตบเกียร์ 1 แล้วออกตัว ในสถานีแรกทดลองอัตราเร่งช่วงต้น-กลาง ออกสตาร์ทสับเปลี่ยนเกียร์ตามไฟชิฟ-ไลท์ ซึ่งจะกระพริบช่วง 7,500 รอบต่อนาที เป็นต้นไป ช่วงเกียร์ 1-2-3 กระชับฉับไวให้อัตราเร่งที่ต่อเนื่อง โดยสถานีนี้สามารถเข้าเกียร์ 4 ที่ความเร็ว 100 km/h ก่อนจบสถานีนี้ ต้องลดความเร็วให้เหลือ 40 km/h เบรค 4 พอททำงานอย่างรวดเร็วแต่ยังคงความนุ่มนวล ซึ่งยังไม่เพียงจะให้ ABS ทำงาน
  2. Oval Course (สถานีทดลองความเร็วปลายและการเข้า-ออกโค้งความเร็วสูง) จากสถานีก่อนที่ได้ลองอัตราเร่ง มาถึงสถานีนี้จะมาลองแตะความเร็วปลายของ CB150R กันครับ รอบแรกรันอินกันเล็กน้อยครับ ทำความรู้จักสนามครบ 1 รอบ คราวนี้ถึงเวลาหวด รอบที่ 2 ความเร็วไหลไปถึง 110 km/h รอบที่ 3 ลองเชนจ์ลงมาที่ เกียร์ 5 และไล่รอบเฉียด Redline แล้วใส่เกียร์ 6 ความเร็วไหลไปที่ 126 km/h กับรอบเครื่องยนต์ที่ยังเหลืออยู่อีก ทำให้มั่นใจว่าความเร็วปลายจะได้ไปได้มากกว่า 130 km/h ส่วนการเข้าโค้งความเร็วสูงก็ทรงตัวได้เป็นอย่างดีเพราะยางหลังมีความกว้างหน้ายางถึง 150 ซึ่งใหญ่ที่สุดในรถขนาด 150 ซีซี
  3. Winding Course (สถานีขับขี่เสมือนการขับขี่บนท้องถนนปกติ) สถานีที่ 3 จะเป็นขับขี่สถานการณ์ใกล้เคียงกับการขับขี่จริง สถานีนี้จะได้เห็นสมรรถนะโดยรวมของตัวรถทั้งการบังคับเลี้ยว, การเบรคและระบบกันสะเทือน ซึ่งมีทั้งหมด 17 โค้ง ช่วงแรกของแทร็กจะเป็นการเข้าโค้งยาวเพื่อขึ้นเนินซึ่งจะอยู่ในช่วงเกียร์ 4 ลงจากเนินก็จะมีโค้งรับต้องเชนจ์เกียร์ลงมา ซึ่งเครื่องยนต์ลูกนี้มีแรงบิดให้ในย่านรอบต้นและรอบกลางเพราะตัวเครื่องถูกดีไซน์ให้เป็นแบบ Square คือความกว้างกระบอกสูบและระยะชักอยู่ที่ 57 ม.ม. (ต่างจากเครื่องยนต์ CBR150R เป็นเครื่องยนต์ระยะชักสั้น ทำให้รอบปลายไหลได้อย่างต่อเนื่อง) ช่วงกลางแทร็คจะเป็นลอนคลื่นเล็กน้อยช่วงได้แสดงประสิทธิภาพอย่างเต็มที่พร้อมกับลดความเร็วก่อนเข้าโค้งหลังจากทำความคุ้นชิน เพิ่มความเร็วและกล้าเข้าโค้งลึกขึ้น

DSC_0047

GT-R Comment : เมื่อได้ลองสัมผัสแรก ต้องบอกว่า Honda CB150R เป็นรถที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองด้วยอุปกรณ์ที่ติดตัวจากโรงงาน ไม่ว่าจะเป็น โช๊คหัวกลับขนาดแกน 41 ม.ม. คาลิปเปอร์ 4 พอท+เรเดียลเมาท์+ABS, สวิงอาร์มหลังใหม่มาตรวัดแบบฟูลดิจิตอล, ท่อไอเสียสั้น ทั้งหมดทั้งมวลทำให้ CB150R เป็นรถที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา ใครที่กำลังมองหารถที่ให้ออฟชั่นล้นแบบนี้ต้องบอกว่าอย่ารอช้าเข้าไปชมตัวจริงได้ที่ Honda Wing Center ทุกสาขาครับ ป.ล.ส่วนการรีวิวแบบเจาะลึกมีแน่นอนครับเร็วๆนี้ครับ

OVR_7645

สำหรับราคาและสีของ Honda CB150R

  • รุ่น Standard ราคา 99,800 บาท มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ เทา-ดำ, แดง-ดำ, เขียว-ดำ และดำ
  • รุ่น ABS ราคา 109,800 บาท มีให้เลือก 2 สี  ได้แก่ เทา-ดำ และดำ
  • รุ่น CB150R Street Café ราคาแนะนำเริ่มต้นที่ 135,200 บาท ผลิตจานวนจำกัด 500 คัน (รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด)
  • รุ่น CB150R Scramble Café ราคาแนะนำเริ่มต้นที่ 118,400 บาท ผลิตจำนวนจำกัด 1,000 คัน (รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด)
  • รุ่น CB150R Moriwaki Edition (รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด) ***พร้อมจำหน่ายเดือนตุลาคมนี้***

OVR_7912

Special Thank

  • ขอขอบคุณ A.P.Honda สำหรับการทดลองขับขี่ Honda CB150R
  • ขอขอบคุณ Antma Thailand สำหรับหมวกกันน็อค Gracshaw Graxus

Image Gallery

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>