ลองขี่ 3 สไตล์ในแทร็คเดียวกัน Ride on Track : Yamaha 150 Series M-Slaz / Aerox / YZF-R15 

320517

ก่อนที่จะเข้ามาอ่านรีวิวนี้ ผมขอแนะนำให้ท่านผู้อ่านทุกคนเสียสละเวลากลับไปย้อนดู Live Facebook (https://www.facebook.com/gtrmaxx/videos/1110468032419944/) กันก่อนนะครับเพราะ ผมได้แนะนำตัวรถทั้ง 3 รุ่นไปหมดแล้วทั้ง Yamaha M-Slaz, Aerox155 และ YZF-R15 โฉมใหม่ ในคราวนี้จะมาพูดถึงการขับขี่ในสนามไทยแลนด์เซอร์กิต กันบ้างครับว่ารถแต่ละคันจะมีอาการอย่างไร

edf

Yamaha M-Slaz

เริ่มต้นด้วยรถเน็คเก็ตสุดฮิตไม่ว่าจะไปที่ไหนเราก็เห็นรถรุ่นนี้เสมอเรากำลังพูดถึง Yamaha M-Slaz ครับ ท่านั่งถูกจัดวางให้หลังของผู้ขับขี่ตั้งตรง เพราะระบบบังคับเลี้ยวเป็นแบบแฮนด์บาร์ ส่วนการวางเท้าจะค่อนไปด้านหลังเล็กน้อย การลองขี่ในสนามนั้นวงเลี้ยวของ M-Slaz จะค่อนข้างกว้าง จำเป็นต้องโหนตัวช่วยเพื่อให้รถอยู่ในไลน์ที่เหมาะสม ทางด้านช่วงล่างจะเดิมที่เน้นการใช้งานในเมืองพอมาลงสนาม รู้สึกว่านุ่มไปหน่อยถ้าปรับแข็งขึ้นอาการตัวรถจะไปได้เร็วกว่านี้ ส่วนยางก็ต้องบอกว่าช่วงที่ลองขี่เป็นช่วงหลังฝนตก ไม่กล้าขี่เร็วครับกลัวลื่น เพราะคอมปาวน์ของยางที่ติดรถมาเป็นยางที่ใช้งานประจำวันเนื้อยางค่อนข้างแข็ง ถ้าใจรักที่จะขี่ในสนามด้วยแนะนำยางเกรดสปอร์ตรับรองหวดได้สนุกขึ้น ด้านพละกำลังของเครื่องยนต์ ถึงแม้จะยังไม่มีวาล์วแปรผัน ก็ต้องยอมรับครับว่าความต่อเนื่องของการต่อเกียร์ไปอย่างกระฉับกระเฉงช่วงรอบกลางและรับปลายยังไปได้เรื่อยๆ สุดทางตรงที่เกียร์ 4 ความเร็วขึ้นหลักร้อยก็ต้องเบรค-เชนจ์เกียร์เข้าโค้ง สรุป : ใครที่ขี่ M-Slaz อยู่แล้วอยากจะลองขี่ในสนามด้วยและใช้งานทุกวันแนะนำยางเกรดสปอร์ต โช๊คฯชุดนึงปรับตั้งค่า Preload ได้ และกันสะบัดสักชุดจะทำให้ไบเกอร์ทั้งหลายขับขี่ได้อย่างสนุกและเร้าใจขึ้นอย่างแน่นอนครับ

edf

Yamaha Aerox155

 มาถึงคิวของ Aerox155 เป็นรถออกโตเมติคสไตล์สปอร์ตที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวครับ การขี่รถออโตเมติคในสนามแข่งอาจจะต้องมีการปรับท่าทางใหม่หมดพราะตัวรถไม่มีถังน้ำมันให้หนีบ ตำแหน่งวางเท้าก็อยู่ด้านหน้าช่วงแรกอาจจะขัดๆไปบ้าง พอเข้าที่จับจุดได้ว่าต้องโหนรถช่วยเหมือนกับ M-Slaz แต่อาจจะต้องเอียงมากกว่าเล็กน้อย ช่วงล่างถูกเซ็ทมาให้มีอาการออกไปในแนวหนึบคือไม่นุ่มย้วยแต่ไม่แข็ง ส่วนด้านพละกำลังของ Aerox155 เป็นเครื่องยนต์ Bluecore 155 ซีซี พ่วงด้วยระบบวาล์วแปรผัน VVA ช่วงทางตรงไม่ต้องรอรอบบิดคันเร่งส่งออกไปได้อย่างทันท่วงที ช่วงเข้าโค้งจำเป็นต้องคลอคันเร่งไว้เล็กน้อยช่วงออกโค้งสามารถเปิดคันเร่งพร้อมกับการทำงานของวาล์วแปรผัน ช่วยให้รถพุ่งออกจากโค้งอย่างสมูท ยางที่ติดมากับตัวรถเป็นยางหน้ากว้าง ล้อหน้ากว้าง 110/80-14 ล้อหลังกว้าง 140/70-14 ช่วงให้เข้าโค้งได้มากขึ้น สรุป : ใครที่ขี่ Aerox เดิมแล้วลงไปขี่ในสนามอาจจะต้องเปลี่ยนยางที่หนึบขึ้น ส่วนช่วงล่างถ้าขี่แบบ Trackday เอาอยู่ครับ

edf

Yamaha YZF-R15

ทางด้านน้องใหม่อย่าง YZF-R15 โฉมใหม่ ที่ผ่านการปรับปรุงโฉมครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นแฟริ่ง เครื่องยนต์และช่วงล่างทำให้ R15 รุ่นใหม่แตกต่างจาก R15 รุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด การจัดท่าทางแบบรถสปอร์ตก้มหมอบขณะขับขี่ ระบบบังคับเลี้ยวเป็นแบบ Clip on หรือ แฮนด์แบบจับโช๊คฯ การบังคับเลี้ยวจึงต้องอาศัยการเข้าโค้งแบบ Lean in เหมือนกับขับขี่รถแข่งส่วนการขี่ทางตรงขี่หมอบจึงเป็นวิธีดีที่สุดในการขี่ในสนาม เครื่องยนต์บล็อกใหม่ Bluecore ความจุ 155 ซีซี  ที่มาพร้อมกับวาล์วแปรผันที่เริ่มทำงานในช่วง 7,500 ต่อนาทีเป็นต้นไป นอกจากนี้ยังติดตั้ง Slipper Clutch มาให้อีกด้วย โดยสุ้มเสียงจะดุดันกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน ช่วงล่างหน้าเปลี่ยนมาใช้โช๊คฯหัวกลับ Up Side Down ช่วงทางตรงทำความเร็วได้ราว 110 km/h ต่อด้วยช่วงเข้าโค้งเชนจ์เกียร์ลงมาโดยไม่มีอาการล้อล็อค ในขณะที่ VVA แผลงฤทธิ์ รอบเครื่องยนต์ไต่ขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า อาการช่วงล่างด้านดูดซับอาการได้เป็นอย่างดีทำงานควบคู่กับโช๊คหลังเดี่ยวที่อาจจะต้องมาปรับให้แข็งขึ้นเล็กน้อย โดยรวมแล้ว YZF-R15 เป็นรถที่ขี่สนุกทั้งบนถนนและในสนามแถมมีวาล์วแปรผันช่วยอีกด้วย

Special Thank

  • ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ที่เอื้อเฟื้อรถทดลองขี่รถทั้ง 3 รุ่น Yamaha YZF-R15, AEROX 155 และ M-Slaz 
  • สนามไทยแลนด์เซอร์กิต
  • สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย

Image Gallery

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>