ZX-25R นินจาสมรรถนะสูงจ่อโชว์ตัวใน Tokyo Motor Show 2019

Kawasaki ZX-25R เป็นรถอีก 1 รุ่นที่น่าจับตามอง ณ.เวลานี้ มันเป็นโปรเจ็คที่ไม่คิดว่าจะกลับมาพัฒนาอีกครั้ง เพราะยังไม่มีค่ายไหนนำเครื่องบล็อกนี้กลับมาพัฒนาต่อยอด แต่ถ้ามองย้อนกลับไปช่วงยุค 90 เป็นยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของรถสปอร์ตคลาส 250-400 ซีซี มีครบทุกค่ายทั้ง Honda CBR250RR, Kawasaki ZXR250, Yamaha FZR250 และSuzuki GSX-R250 กลับมาที่ Kawsaki ZX-25R หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมถึงยอมพัฒนารถคลาสนี้ทั้งๆที่ คาวาซากิมี Ninja250R (เครื่องยนต์2สูบ)อยู่แล้ว คำตอบน่าจะอยู่ที่อินโอนีเซียครับเพราะเป็นประเทศนึงในอาเซียนที่มีประชากรมอเตอร์ไซค์มากที่สุดในอาเซียน ปีนึงมียอดขายสูงถึง เฉลี่ย 7-8 ล้านคันเลยทีเดียว อีกประการที่สำคัญเลยก็คือภาษีมอเตอร์ไซค์ที่มีความจุสูงกว่า 250-500 ซีซีจะถูกคิดภาษี 60% (นอกเหนือจากภาษีมูลค่าเพิ่ม 10%) ดังนั้นตลาดรถมอเตอร์ไซค์ขนาด 250 ซีซี มีอัตราการเติบโตสูงและมีรูปแบบที่หลากหลาย นั่นทำให้โปรเจ็คชุบชีวิตรถสปอร์ต 4 สูบ 250 ซีซีเกิดขึ้น 

2018-kawasaki-zx-25r-render-by-motorplus-01

รูปลักษณ์ของตัวรถ แน่นอนว่ารถตระกูล ZX-25R เป็นรถตระกูลซูเปอร์ไบค์ที่สร้างชื่อให้กับคาวาซากิมาอย่างยาวนาน รูปลักษณ์ของ ZX-25R จึงเป็นการดึงเอาดีไซน์ของ ZX-10R และ H2 ซึ่งเป็นที่สุดของการดีไซน์ของยุคนี้ ภาพตัวรถที่เห็นตามเว็บข่าวต่างๆ ก็ยังไม่มีการสรุปว่าหน้าตาจะออกไปในทิศทางใดเพราะยังไม่มีภาพหลุดจากการทดสอบ จึงบอกได้เพียงว่าเทรนการออกแบบรถของแต่ละค่ายจะใช้เส้นสายและรูปลักษณ์ที่ใกล้เคียงกัน ส่วนเครื่องยนต์ก็เป็น 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด ระบายความร้อนด้วยน้ำ เคลมกันว่าเครื่องยนต์บล็อกนี้จะสามารถปั่นรอบได้ถึง 20,000 รอบต่อนาที กับแรงม้าราว 50 ตัวที่รอบเครื่องยนต์ 15,000-16,000 รอบต่อนาที ซึ่งด้วยจุดเด่นที่รอบเครื่องยนต์ที่สูงเฉียด 20,000 รอบต่อนาที ในยุครุ่งเรืองของรถสปอร์ต 250 ซีซีมีการเปรียบเทียบกับ รถโมเดลเดียวระหว่างเครื่องยนต์ 250 ซีซีกับ 400 ซีซี ที่เป็น 4 สูบแถวเรียงเหมือนกัน เครื่องยนต์ 250 ซีซีจะมีจุดอ่อนของเครื่องยนต์ทันทีเพราะการทำงานรอบสูงจะทำให้วาล์วและสปริงวาล์วล้าหากใช้รอบสูงบ่อยๆอายุของชิ้นส่วนจะสั้นลง แต่สำหรับเครื่องยนต์ 4 สูบ 250 ซีซียุคใหม่จะได้รับการพัฒนาชิ้นส่วนให้มีความคงมั่นแข็งแรงมากขึ้นเพราะเทคโนโลยีสูงขึ้น เชื่อว่า ZX-25R จะรองรับการขับขี่รอบสูงอย่างไร้ปัญหา ส่วนออฟชั่นต่างที่อาจจะมีเข้ามา เช่น โช๊คฯหัวกลับ, Sliper Clutch, มาตรวัดแบบ Full Digital การจานเบรคหน้าคู่อาจจะเป็นเรื่องยากเพราะจะทำให้ราคาค่าตัวสูงขึ้น ส่วนการโชว์ตัวครั้งแรกของ Kawasaki ZX-25R จะได้เห็นเร็วที่สุดในงาน Tokyo Motor Show 2019 ช่วงปลายนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามหลังการเปิดตัว

ที่มาข้อมูลและภาพ asphaltandrubber

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>